"เว็บไซต์พิจารณ์กฎหมายไทย" ผลงานทิ้งท้ายรมต.ไอซีที : eLife

ในห้อง 'ข่าวทั่วไป' ตั้งกระทู้โดย sithiphong, 14 กุมภาพันธ์ 2006.

  1. sithiphong

    sithiphong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    45,445
    ค่าพลัง:
    +141,949
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>"เว็บไซต์พิจารณ์กฎหมายไทย" ผลงานทิ้งท้ายรมต.ไอซีที : eLife</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>14 กุมภาพันธ์ 2549 11:29 น.</TD></TR></TBODY></TABLE>http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9490000020179

    [​IMG]

    ก่อนอื่นต้องบอกว่าการลาออกปัจจุบันทันด่วนของรัฐมนตรีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที อย่างคุณสรอรรถ กลิ่นประทุม นั้นเป็นเรื่องที่คนไอทีนั้นกังขาและว้าเหว่กันเสียเหลือเกิน การเปลี่ยนเจ้ากระทรวงบ่อยๆ ในช่วงที่ต้องการคนที่มาสานต่อแบบยาวๆ เพื่อทำให้สถานการณ์ไอทีไทยมั่นคงขึ้น ถ้าไม่คุยกันเรื่องการเมืองเลย ก็ต้องบอกว่าการเปลี่ยนขุนพลตอนนี้ประเทศชาติเสียหายอยู่เยอะเหมือนกัน

    แม้ในช่วงนี้รูปธรรมความคืบหน้าโครงการใหญ่ๆ ของคุณสรอรรถ จะยังไม่เป็นเนื้อเป็นหนัง ยังต้องรอเวลาการบ่มเพาะ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นก็คือ การไม่จมกับโครงการเดิมๆ ที่ยังมีปัญหาต่อเนื่องมาจากรัฐมนตรีไอซีทีคนเก่า

    ผมเองเฝ้าติดตามการทำงานของกระทรวงไอซีทีมาอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ ถ้าถามว่าชอบโครงการไหนมากที่สุด ผมกลับนั่งยิ้มแล้วบอกได้อย่างเต็มปากว่า โครงการประชาพิจารณ์กฎหมาย โดยใช้ระบบไอที ซึ่งว่าไปแล้วเป็นโครงการเล็กๆ ไม่ใหญ่โตอะไร เพราะมันแค่เป็นเว็บไซต์เท่านั้นเอง

    เว็บไซต์ที่ว่านั่นคือ www.law.go.th หรือชื่อเต็มๆ ของมันคือ www.lawamendment.co.th คลิกเข้าไปที่ไหนมันก็เชื่อมถึงกันได้

    ที่จริงแล้วผมเป็นคนที่ไม่ชอบศึกษาวิชากฎหมายเท่าไร ช่วงเวลาที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้นก็เลือกศึกษาเพราะว่าถูกบังคับ แต่พอต้องมาทำงานแล้วเห็นว่ากฎหมายมีความสำคัญอย่างยิ่ง ผมเคยเข้าไปค้นหาข้อมูลทางกฎหมายของไทย จะมีบางเว็บไซต์เปิดให้บริการอยู่ ซึ่งข้อกฎหมายที่เอามาใส่ส่วนใหญ่เป็นข้อกฎหมายหลัก แต่กฎหมายมากมายที่มีอยู่ รวมทั้งกฎหมายใหม่ไม่ต้องพูดถึง

    มีการเล่าว่าพวกบรรดานักกฎหมายเขาหวงเรื่องนี้นักหนา เพราะมันเป็นช่องทางทำมาหากินของเขาอย่างหนึ่ง คือ เอากฎหมายไปพิมพ์หนังสือเป็นเล่มขายให้กับคนที่ต้องการ ขืนเอามาลงในเว็บไซต์หมด คนที่ไหนเขาจะซื้อไปศึกษากัน

    บางเว็บไซต์อย่างเว็บราชการบางแห่ง ก็มีความพยายามที่จะใส่รายละเอียดของกฎหมายลงไป แต่ก็ป้องกันการคัดลอกด้วยการใส่ให้เป็นไฟล์ PDF ซะ หรือไม่ก็ทำการตัดตอนบางส่วน ทำเอาการค้นคว้าของคนทั่วไปนั้นขาดตอน

    ในฐานะที่เป็นคน search เว็บเป็นประจำ ก็เลยลองหาตัวอย่างเว็บไซต์จากต่างประเทศที่จะค้นหากฎหมายของประเทศต่างๆ มาศึกษา อย่างเช่น กฎหมายของสิงคโปร์ว่าด้วยเรื่องของการซื้อขายหุ้น ระหว่างกองทุน กับบริษัท มันมีความแตกต่างกันหรือไม่? เชื่อไหมครับ ประเทศที่เจริญมากมายไม่มีบริการให้ค้นกฎหมายในแบบออนไลน์

    ในใจผมถึงว่าเว็บของกระทรวงไอซีทีครั้งนี้คิดการณ์ใหญ่จริงๆ นั่นคือ ต้องการรวบรวมกฎหมายทั้งหมด ที่เคยประกาศใช้ไปแล้ว และอยู่ระหว่างการร่างกฎหมาย เอามาลงให้ประชาชนได้อ่าน ได้ศึกษา โดยจุดประสงค์หลักจริงๆ ก็คือ ต้องการให้บรรดาคนที่มีผลกระทบ หรือคนที่ต้องการศึกษา ได้รู้ที่มีที่ไป และสามารถออกความเห็นในการปรับเปลี่ยนกฎหมายนั้นๆ ได้

    เอ็นจิ้นข้างในของเว็บไซต์นี้น่าสนใจที่เดียว นั่นก็คือนำระบบที่คนเขาใช้กันแล้วทั่วโลกอย่าง wipipedia ซึ่งเป็นเว็บไซต์สารานุกรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถตัดตอนข้อความ สามารถให้คำนิยามข้อความ สามารถแสดงความคิดเห็น สามารถประมวลผล เอามาใช้กับระบบนี้เสียเลย

    นัยว่ากระทรวงไอซีทีนั้นคิดว่าการทำเว็บเพียงอย่างเดียว โดยไม่ใส่ Know-How ในการโปรแกรมมิ่ง ที่เขาใช้กันอยู่ มันก็จะดาษๆ เหมือนกับเว็บไซต์อื่นที่เกิดมาแล้ว ด้วยแนวคิดของการให้เว็บนี้เป็นหนึ่งในเว็บเซอร์วิส คือเป็นบริการของภาครัฐผ่านทางอินเทอร์เน็ต เป็นแหล่งค้นคว้าข้อมูลระดับใหญ่ที่สุด ที่ใครก็สามารถเข้าถึงได้ (หากมีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต) เพื่อสร้างเป็นมาตรฐานใหม่ให้กับระบบราชการ คือข้อมูลที่ใส่ต้องสามารถโต้ตอบ และประมวลผลการโต้ตอบนั้นได้ ไม่ใช่เป็นเว็บแห้งๆ ใส่ข้อมูลลงไปอย่างเดียว

    ความยากของโครงการนี้ก็คือ จะประสานงานอย่างไรให้แต่ละกระทรวง แต่ละหน่วยงานเข้ามาใส่กฎหมายที่ตัวเองดูแลรับผิดชอบอยู่ลงไปตลอดเวลา ไม่เลือกปฏิบัติที่กฎหมายใดกฎหมายหนึ่ง ก็เลยมีการผลักดันออกมาเป็นมติคณะรัฐมนตรีเลยว่า เป็นหน้าที่ของแต่ละกระทรวงที่ต้องบรรจุกฎหมายเหล่านั้นลงมา

    นั่นเป็นจุดหนึ่งของความมั่นใจได้ว่า เราได้เห็นกฎหมายทุกฉบับที่บังคับใช้ในประเทศไทยของเรา เท่าเทียมกับทุกคนแน่นอน โดยเราเองสามารถอ่านความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและผู้คนอื่นๆ ว่าคิดเห็นอย่างไรกับกฎหมายเหล่านั้น และยังสามารถแสดงความคิดความอ่านของเราไปด้วย เป็นกระบวนการมีส่วนร่วมที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยอาศัยเทคโนโลยีมาดัดแปลงแนวคิดทางสังคมอย่างนี้

    เว็บไซต์นี้เสร็จแล้วครับ แต่ยังมีลูกเล่นอีกมากที่กำลังดำเนินการอยู่ ผมเองก็เฝ้ารอการใช้งานด้วยใจจดจ่อเหมือนกัน และต้องถือว่าเป็นผลงานหนึ่งของรัฐมนตรีสรอรรถ ที่ผลักดันโครงการนี้ออกมาจนได้ ถือเป็นผลงานทิ้งท้ายก็แล้วกันครับ

    (ขอบคุณบทความจากนิตยสาร eLife)

    Company Related Links :
    www.law.go.th
     

แชร์หน้านี้

Loading...