บรรพชน"คนไทย"4,000ปีมาแล้ว ที่บ้านโนนวัด อำเภอโนนสูง นครราชสีมา

ในห้อง 'ข่าวทั่วไป' ตั้งกระทู้โดย rinnn, 17 กุมภาพันธ์ 2006.

  1. rinnn

    rinnn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    7,666
    ค่าพลัง:
    +24,027
    [FONT=Tahoma,]บรรพชน"คนไทย"4,000ปีมาแล้ว ที่บ้านโนนวัด อำเภอโนนสูง นครราชสีมา เก่าแก่สืบเนื่องยาวนานที่สุดในประเทศไทย

    คอลัมน์ ภูมิสังคมวัฒนธรรม

    โดย โครงการสถาบันสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยศิลปากร

    <table align="left" border="0" cellpadding="1" cellspacing="5" width="20%"><tbody><tr bgcolor="#f8b8cb"><td>[​IMG]
    บุคคลสำคัญ อายุประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว มีสิ่งของหลากหลายฝังรวมอยู่ด้วยเพื่อแสดงความสำคัญ เช่น ภาชนะดินเผาจำนวนมากแล้วยังมีขวานสัมฤทธิ์ ลูกปัด ต่างหู ทำจากเปลือกหอยทะเล ที่แขนสองข้างมีกำไลหลายอันทำจากเปลือกหอยทะเลและหินอ่อน ใต้เชิงกรานมีเปลือกหอยกาบและปลายเท้ามีกลุ่มภาชนะดินเผาฝังร่วม พบที่บ้านโนนวัด อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

    </td></tr></tbody></table>ปรับปรุงจากข้อเขียนของรัชนี ทศรัตน์ ในเอกสารเผยแพร่สื่อมวลชนสัญจร ค้นอดีตแหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2547 โดยกรมศิลปากร กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม

    พิมพ์ซ้ำในเอกสารภูมิสังคมเสวนาสาธารณะ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร เรื่อง "คนไทย" หลายเผ่าพันธุ์ ในสุวรรณภูมิ 3,000 ปี ณ ท้องพระโรง วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันพุธที่ 1 มิถุนายน 2548

    จากการขุดค้นทางโบราณคดีที่บ้านโนนวัด พบหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการเข้าอยู่อาศัยที่บริเวณนี้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยุคหินใหม่ตอนปลาย ยุคสัมฤทธิ์ ยุคเหล็ก จนกระทั่งถึงสมัยประวัติศาสตร์ ได้แก่ ทวารวดี เขมร และอยุธยา น่าจะรวมถึงรัตนโกสินทร์ จวบจนปัจจุบัน กินระยะเวลาตั้งแต่ 4,000 ปี เป็นต้นมา นับเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีประวัติความเป็นมายาวนานมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย

    พบหลักฐานโบราณวัตถุและนิเวศวัตถุ แสดงถึงการอยู่อาศัย อาหารการกิน การใช้พื้นที่ประกอบกิจกรรม สลับกับการใช้พื้นที่เป็นสุสาน มีอายุตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยุคหินใหม่ตอนปลาย ต่อเนื่องถึงสมัยอยุธยา รวมกินระยะเวลาประมาณ 4,000 ปี

    หลักฐานที่โดดเด่น คือโครงกระดูกมนุษย์ ที่แสดงให้เห็นถึงประเพณีการฝังศพผู้ตาย โดยการฝังศพลงไปในหลุม พร้อมกับใส่สิ่งของเครื่องใช้ ได้แก่ ภาชนะดินเผา เครื่องประดับต่างๆ อาวุธ และอาหาร เป็นต้น<table align="right" border="0" cellpadding="1" cellspacing="5" width="20%"><tbody><tr bgcolor="#f8b8cb"><td>[​IMG]
    ซากปลาช่อนในภาชนะดินเผาพบที่บ้านโนนวัด ตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา แสดงว่าพิธีศพยุคนั้นเอาปลาช่อนใส่ไห "ปลาแดก" ฝังรวมไปกับศพด้วย

    </td></tr></tbody></table>

    พบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนทั้งสิ้น 118 โครง ประกอบด้วยโครงกระดูกของผู้ใหญ่เพศชาย เพศหญิง โครงกระดูกของวัยรุ่น เด็ก และทารก แบ่งย่อยออกเป็น 3 สมัยใหญ่ๆ คือสมัยหินใหม่ตอนปลาย มีช่วงอายุประมาณ 4,000-3,500 ปี สมัยสัมฤทธิ์ ประมาณ 3,500-2,500 ปี และสมัยเหล็ก อายุประมาณ 2,500-1,500 ปีหลังจากนั้น ประเพณีการทำศพเปลี่ยนเป็นการเผาแทน เนื่องจากอิทธิพลของพุทธศาสนาที่เข้ามามีบทบาทในดินแดนแถบนี้

    สมัยหินใหม่ตอนปลาย ในหลุมศพมักพบภาชนะสีดำขัดมันและมีลายเส้นโค้ง ร่วมกับศพ ศีรษะของศพหันไปทางทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก สำหรับศพในสมัยหินใหม่ที่พบจากปีก่อน หันศีรษะไปทางทิศเหนือ และทิศตะวันออก จะเห็นได้ว่า ศพในสมัยหินใหม่ที่บ้านโนนวัด ยังไม่มีทิศทางของการหันศีรษะที่ชัดเจน เหมือนกับศพในสมัยต่อๆ มา

    ในสมัยนี้ พบว่ามีการติดต่อกับชุมชนที่อยู่ติดทะเลแล้ว อาจเป็นการติดต่อโดยทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้ เนื่องจากพบตุ้มหูเปลือกหอยเบี้ย (cowrie shell) 3 ชิ้น บริเวณหูของศพที่ 86 ซึ่งเป็นศพของเพศหญิง นอกจากนี้ ยังมีโครงกระดูกของลูกหมูจำนวน 3 ตัว ฝังร่วมกับศพนี้ด้วย ศพทารกในสมัยนี้นิยมฝังในภาชนะดินเผา แต่ละศพมักมีเปลือกหอยกาบน้ำจืดฝังอยู่ด้วยอย่างน้อย 1 ฝา

    สมัยสัมฤทธิ์ ลักษณะของการฝังศพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทิศของการหันศีรษะ เริ่มมีแบบแผนที่ชัดเจน คือส่วนใหญ่หันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีบ้างที่หันในทิศทางตรงกันข้าม คือทิศตะวันออกเฉียงใต้

    ในหลุมศพแต่ละหลุมมีสิ่งของใส่ลงไปด้วยจำนวนมากกว่าแต่ก่อน เช่น ภาชนะดินเผา เครื่องประดับ อาหาร และเครื่องมือ เครื่องใช้ เช่น ขวานสัมฤทธิ์ ลูกกระสุนดินเผา แวดินเผา ขวานหินขัด เป็นต้น เครื่องประดับที่นิยม คือกำไลข้อมือทำจากเปลือกหอยทะเล และหินอ่อน ลูกปัดเปลือกหอยแบบแว่นกลม ภาชนะดินเผาแตกต่างจากสมัยแรก ในสมัยนี้นิยมทำลายเชือกทาบบริเวณลำตัว เคลือบน้ำโคลนสีแดง และขัดมัน ส่วนคอแคบ และปากผายออก เหมือนกระโถนปากแตร บ้างมีลายเขียนสี คล้ายกับที่พบเป็นครั้งแรกจากแหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท

    เช่นเดียวกับศพในสมัยแรก ในหลุมศพนี้มีเปลือกหอยกาบน้ำจืดฝังอยู่ด้วย ที่น่าสนใจคือ พบโครงกระดูกหนูฝังร่วมกับศพ นับเป็นครั้งแรกที่พบหลักฐานเกี่ยวกับหนูในหลุมศพ

    จากสิ่งของที่ฝังร่วมกับศพในสมัยสัมฤทธิ์นี้ เริ่มแสดงนัยให้เห็นถึงความแตกต่างของสถานะทางสังคมเกิดขึ้นในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีอย่างน้อย 4 ศพ ที่มีภาชนะดินเผาฝังอยู่ด้วยจำนวนรวม 50-80 ใบ วางเรียงรอบๆ ศพ และมีเครื่องประดับตามร่างกายมากกว่าศพอื่นๆ

    สมัยเหล็ก เป็นระยะสุดท้ายของการฝังศพที่นี่ สภาพของโครงกระดูกถูกรบกวนมาจากการกระทำของคนในสมัยหลัง ลักษณะของภาชนะดินเผาที่พบร่วมกัน คือ ภาชนะสีดำ หรือเป็นที่รู้จักกันดี คือ "ภาชนะแบบพิมายดำ" เครื่องประดับที่พบร่วมกับศพ คือลูกปิดแก้ว อะเกต และคาร์นีเลียน ศพทารกมักฝังในภาชนะดินเผาขนาดใหญ่ สำหรับทิศทางของการฝังศพอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ เช่นเดียวกับสมัยสัมฤทธิ์

    กิจกรรมในอดีตที่พบจากชั้นดินอยู่อาศัย พบว่าที่นี่มีการหล่อโลหะขึ้นใช้เองในชุมชน ปั้นภาชนะดินเผา ทอผ้า เป็นต้น แต่เรื่องของอาหารการกิน ต้องรอผลการวิเคราะห์กระดูกสัตว์และข้าว

    จากการสังเกตหลักฐานที่พบจากการขุดค้น สามารถกล่าวในเบื้องต้นได้ว่า คนโบราณที่บ้านโนนวัด รู้จักเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ วัว สุนัข และหมูแล้ว รวมทั้งจับสัตว์ป่า เช่น กวาง เก้ง สัตว์น้ำ ได้แก่ ปลาน้ำจืดชนิดต่างๆ มีปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอ ปลาไหล เป็นต้น หอยขม หอยนา หอยโข่ง และสัตว์เล็ก เช่น กบ หนู เป็นอาหาร สัตว์ต่างๆ เหล่านี้ ยังคงเป็นอาหารสำคัญของคนไทยจวบจนทุกวันนี้
    [/FONT]
     

แชร์หน้านี้

Loading...