หลวงพ่อพริ้งวัดโบสถ์โก่งธนูจันทร์ลอยพ่อท่านคลิ้งถลุงทอง๑๐๐ปี

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1768562079266.jpg FB_IMG_1768562074104.jpg FB_IMG_1768562067325.jpg FB_IMG_1768562076491.jpg FB_IMG_1768562071346.jpg

    หลวงพ่อบอกว่า. …พระภายนอก เพื่อถึงพระภายใน

    พระของเราที่ทำนั้นสมบูรณ์ครบถ้วนทุกอย่างแล้ว

    เป็นไปเพื่อความสุข สงบ ร่มเย็น และถึงสันติสุข จริงๆ

    เหรียญสันติสุข วัดหลวงพ่อสด สร้างปี 2550

    เหรียญรุ่นสันติสุข ทำพิธีพุทธาภิเษก ในวันพฤหัสบดี ที่ 19 เมษายน พ.ศ.2550 ณ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นองค์ประธานสงฆ์จุดเทียนชัย

    พระสุปฏิปันโน ที่ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกพระรุ่นนี้ ได้เเก่
    – พระราชพรหมเถร (วีระ คณุตตฺโม) รองเจ้าอาวาสและอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
    – พระราชญาณวิสิฐ (เสริมชัย ชยมงฺคโล) เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    *(ปัจจุบันคือ พระเทพญาณมงคล)
    – หลวงปู่หงษ์ พฺรหฺมปญฺโญ วัดเพชรบุรี จ.สุรินทร์
    – หลวงปู่แผ้ว ปวโร วัดกำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
    – หลวงปู่เจือ ปิยสีโล วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
    – ฯลฯ
    เหรียญเนื้อทองเเดงส่วนหนึ่ง ได้มอบให้เเก่ทหาร / ตำรวจ เเละผู้ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายเเดนภาคใต้เหรียญสันติสุข มี 2 เนื้อ คือ

    1 นวะโลหะ ไม่มีห่วง สร้างจำนวน 10,000 เหรียญ ตอกโค้ดด้านซ้ายองค์พระ มอบเป็นที่ระลึกผู้ทำบุญที่วัดหลวงพ่อสด
    2 ทองเเดง มีห่วง สร้างจำนวน 50,000 เหรียญ
    2.1 แจกทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ประจำ ๓ จังหวัดภาคใต้ จำนวน 20,000 เหรียญตอกโค้ดเฉพาะรุ่น
    2.2 มอบเป็นที่ระลึกผู้ทำบุญ 30,000 เหรียญ ตอกโค้ดคล้ายเลข 8

    พิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งและเหรียญ รุ่น “สันติสุข”

    ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ เมษายน (วันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐
    เริ่มพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๑๖.๐๐ น.
    ณ มณฑลพิธี (ชั้น ๓) ศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์
    วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ๗๐๑๓๐
    โดย

    เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ อธิบดีสงฆ์ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ
    อธิษฐานจิตขั้นสุดท้าย ก่อนส่งมอบให้ทหาร/ตำรวจ

    เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อธิบดีสงฆ์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
    องค์ประธานสงฆ์จุดเทียนชัย เวลา ๑๖.๕๙ น.

    พล.อ.ไพศาล กตัญญู รองผู้บัญชาการทหารบก
    ประธานพิธีฝ่ายคฤหัสถ์จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เวลา ๑๖.๐๐ น.

    และส่งเทียนชนวนให้ประธานสงฆ์จุดเทียนชัย เวลา ๑๖.๕๙ น.

    พระวิปัสสนาจารย์ เจริญจิตตภาวนาอธิษฐานพุทธาภิเษกพระ ได้แก่
    -พระราชพรหมเถร รองเจ้าอาวาสและอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

    -พระราชญาณวิสิฐ เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดราชบุรี (แห่งที่ ๑) เจ้าอาวาส วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

    -พระครูปราสาทพรหมคุณ (หลวงปู่หงษ์ พฺรหฺมปญฺโญ) วัดเพชรบุรี จ.สุรินทร์

    -พระปู่แผ้ว ปวโร วัดกำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

    -พระสมุห์เจือ ปิยสีโล วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

    และคณะพระวิปัสสนาจารย์/คณะวิทยากร (อุบาสก–อุบาสิกา) ฝ่ายวิปัสสนา วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

    #วัตถุประสงค์

    พระเหรียญรุ่น “สันติสุข” เนื้อโลหะทองแดง ๒๐,๐๐๐ องค์ เพื่อแจกให้เป็นกำลังใจทหาร – ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ ณ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

    พระเหรียญรุ่น “สันติสุข” เนื้อโลหะทองแดง ๓๐,๐๐๐ องค์ กับเนื้อนวโลหะ๑๐,๐๐๐ องค์ และพระกริ่ง รุ่น “สันติสุข” เนื้อนวโลหะ (เม็ดกริ่งสำเร็จด้วยโลหะพิเศษ) จำนวน ๙๙๙ องค์ เพื่อแจกให้เป็นที่ระลึกและบูชาพระรัตนตรัย แก่สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพ สร้าง “พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ” และ/หรือ บริจาคบำรุงโครงการให้การศึกษา – อบรม – เผยแผ่ธรรมปฏิบัติ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ๗๐๑๓๐

    #กำหนดการพิธีพุทธาภิเษก
    พระเหรียญและพระกริ่ง รุ่น “สันติสุข”
    วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๐

    เวลา ๑๕.๐๙-๑๕.๕๐ น. - บวงสรวงเทพยดาบูชาฤกษ์

    เวลา ๑๖.๐๐ น. - พล.อ.ไพศาล กตัญญู รอง ผบ.ทบ. ประธานในพิธีฝ่ายคฤหัสถ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและรับศีล

    เวลา ๑๖.๐๐-๑๖.๕๐ น. - พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เสร็จแล้วถวายจตุปัจจัยไทยทาน
    พระสงฆ์กระทำอนุโมทนา

    เวลา ๑๖.๕๙ น. - พล.อ.ไพศาล กตัญญู ประธานฝ่ายคฤหัสถ์นำเทียนชนวนถวายแด่ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ เพื่อจุดเทียนชัยและอธิษฐานจิต
    - พระพิธีธรรมสวดอัญเชิญพระพุทธมนต์พุทธาภิเษกพระ
    - พระวิปัสสนาจารย์ เจริญจิตตภาวนาอธิษฐานจิต

    เวลา ๑๙.๒๙ น.- พระครูปราสาทพรหมคุณ(หลวงปู่หงษ์) ดับเทียนชัย
    - ถวายจตุปัจจัยไทยทานแด่พระวิปัสสนาจารย์ และพระพิธีธรรม
    - พระสงฆ์กระทำอนุโมทนา
    - เสร็จพิธี

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่ง 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260116_181849.jpg IMG_20260116_181931.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 มกราคม 2026 at 19:29
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1768644900398.jpg

    พระผงรูปเหมือนครึ่งองค์(พระผงเกศารุ่นแรก) หลวงปู่หลอด ปโมทิโต วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม) ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
    มวลสารหลักๆ คือ ผงพุทธคุณ ผสม ว่าน เกศา ออกเนื่องในงานฉลองพัดยศชั้นโท เมื่อปี ๒๕๓๕

    หลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญ ยกย่อง พระเครื่องหลวงปู่หลอด
    หลวงปู่คำพันธ์ท่านจับพลังพระหลวงปู่หลอดและกล่าวว่า เราไม่รู้หรอกว่าดีอย่างไง สว่างครอบไปหมด คุณธรรมเรายังไม่เท่าท่าน มีพระดีพระเก่งอยู่แถวลาดพร้าว ลูกศิษย์ก็มาเจอหลวงปู่หลอด พระเก่งพระดีที่หลวงปู่คำพันธ์บอกให้มา

    เมื่อพระดีเมืองสิงห์ยกย่องคุณธรรมหลวงปู่หลอด ปโมทิโต

    หลวงปู่บุดดา ถาวโร ท่านเป็นพระอรหันต์ที่ทั้งสายธรรมยุติและมหานิกายต่างยกย่องท่าน มีปรจิตวิชาไว ท่านเจ้าคุณนรหรืออุบาสิกาบุญเรือน โตงบุญเติม ได้รับการสอนกรรมฐานจากท่านทั้งสิ้น ท่านเป้นพระผู้รัตนกัตญญูท่านจะเทศน์ธรรมะเป็นเรื่องวิมุตติทั้งสิ้นเช่น ธรรมะคือหนังแผ่นเดี่ยว กายเดี่ยวจิตเดี่ยวเป็นต้น มีลูกศิษยืหลวงปู่บุดดาท่านหนึ่งไปถามองค์ท่านว่า หลวงปู่ พระอรหันต์ยังมีอยู่ในโลกหรือไม่ หลวงปู่บุดดาตอบกลับมาว่า ท่านพระอาจารย์หลอด ที่กรุงเทพก็ใช่ ทำให้บรรดาลูกศิษย์หลวงปู่บุดดาจะมากราบหลวงปู่เสมอ เวลาหลวงปู่บุดดาเจอหลวงปู่ท่านจะกราบหรือไหว้หลวงปู่เสมอ ท่านไม่สนใจเลยว่า พรรษาท่านมากกว่า หลวงปู่ท่านก็จะกราบหลวงปู่บุดดากลับเสมอหรือกราบก่อน หลวงปู่หลอดท่านจะยกย่องหลวงปู่บุดดาตลอดทั้งในเรื่องธรรมะก็ดีเรื่องภูมิ จิตภูมิธรรม หลวงปู่หลอดจะกล่าวเสมอว่า หลวงปู่บุดดาท่านเป็นพระอรหันต์

    สื่อด้วยใจ ไม่ได้สื่อด้วยเสียง เคารพด้วยใจ เคารพในธรรม

    หลวง พ่อใหญ่กับหลวงปู่หลอด ปโมทิโต แม้ฐานขันธ์หลวงพ่อใหญ่จะไม่เอื้ออำนวนแต่ท่านก็พยายามที่จะกราบ แต่กราบไม่ได้ เพราะเป็นอัมพาต จึงนำมือทั้งสองข้างมากลุ้มมือไว้ เพื่อแสดงความเคารพ ผมน้ำตาจะไหล ครับ ตอนแรกหลวงพ่อใหญ่ไปหางาช้าง แต่อยู่ดีๆๆหลวงพ่อใหญ่กล่าวว่า จะมากราบหลวงปู่หลอด นับเป็นดำริความตั้งใจของท่าน ตอนนั้น ท่านไม่ได้กล่าวอะไรกับหลวงปู่หลอดเลย หลวงปู่หลอด ก็ไม่ได้กล่าวอะไร หลังจากที่หลวงพ่อใหญ่กลับ ศิษย์ท่านหนึ่งของหลวงปู่หลอดถามว่า คุยอะไรกันบ้าง หลวงปู่หลอดท่านบอกว่า คุยกันเยอะอยู่ ผมก็งงว่าเอท่านคุยกันยังไงหว่า ผมเลยไปถามหลวงพ่อใหญ่ หลวงพ่อใหญ่เมตตาให้คำตอบที่ผมต้องการที่สุดคือ เราคุยกับอะไรกันไม่มีใครรู้หรอก นี่แสดงถึงภูมิจิตภุมิธรรมของท่าน ไม่ต้องสื่อด้วยเสียง สื่อด้วยใจ สมแล้วที่หลวงพ่อใหญ่ประกาศต่อหน้าหมู่สงฆ์ว่า ท่านพระอาจารย์หลอดเป็นพระอรหันต์ นับเป็นความประทับใจของพร อย่างไม่รู้ลืม แม้ท่านทั้งสองจะจากไป เข้าสู่พระนิพพาน แต่ผมเชื่อว่าท่านก็ยังอยู่ เพราะธรรมท่านทั้งสองอยู่ในใจผมตลอดไป

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงรูปเหมือนครึ่งองค์ (พระผงเกศารุ่นแรก) หลวงปู่หลอด ปโมทิโต วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม) ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
    มวลสารหลักๆ คือ ผงพุทธคุณ ผสม ว่าน เกศา ออกเนื่องในงานฉลองพัดยศชั้นโท เมื่อปี ๒๕๓๕

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260117_163053.jpg IMG_20260117_163117.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1768728859689.jpg

    “หลวงพ่อพริ้ง” วัดโบสถ์ โก่งธนู ลพบุรี
    พระเกจิชื่อดัง ที่หลวงปู่ดู่ วัดสะแก อยุธยา ถึงกับบอกว่า “เก่งจริง”

    พระวัดโบสถ์ลพบุรี
    (หลวงพ่อพริ้ง)มีดีทางแคล้วคลาด กำบังภัยอย่างยอดเยี่ยม

    หลวงพ่อกวยพบอภินิหารพระคณาจารย์ร่วมพิธี
    มหา พิธีพุทธาภิเษก วัตถุมงคลจตุรพิธพรชัย ที่วัดรัตนชัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ นั้น หลวงพ่อกวยท่านพบอภินิหารของพระคณาจารย์ผู้ร่วมพิธีปลุกเสกหลายรูปด้วยกัน เมื่อท่านเดินทางกลับมาถึงวัดโฆสิตารามได้เล่าให้คณะศิษย์ฟังว่า

    พระวัดโบสถ์ ลพบุรี
    (หลวงพ่อพริ้ง) มีดีทางแคล้วคลาด กำบังภัยอย่างยอดเยี่ยมเมื่อ คณะศิษย์ทางวัดโฆสิตาราม ทราบจากคำบอกเล่าของหลวงพ่อกวยเช่นนั้น จึงรีบเดินทางมากราบคารวะเพื่อขอเรียนวิชา กับพระคุณเจ้าทั้ง ๓ รูป หลวงพ่อนอ, หลวงพ่อออด และหลวงพ่อพริ้ง ท่านพูดว่า “กลับไปหาท่านพระครูชัยนาทเขาเถิดท่านรุ่งเรืองวิทยาคุณต่างๆอยู่แล้ว

    ประวัติของ หลวงพ่อพริ้ง มณีธาโน” วัดโบสถ์โก่งธนู จังหวัด ลพบุรี
    ประวัติของ หลวงพ่อพริ้ง มณีธาโน” วัดโบสถ์โก่งธนู จังหวัด ลพบุรี
    สำหรับพระครูประสาทวรคุณหรือที่ใครหลายคนรู้จักท่านในนามหลวงพ่อพริ้ง มณีธาโน นั้นเดิมที่ท่านมีชื่อว่า พริ้ง เพ็งเพชร์ ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2443 ตรงกับวันศุกร์ที่ 2 เดือนพฤศจิกายนเป็นปีชวด ซึ่งเป็นวันขึ้น 11 ค่ำเดือน 12 ท่านเป็นชาวจังหวัดลพบุรีโดยกำเนิดเกิดที่บ้านคุ้งนามอญ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลโก่งธนู เป็นบุตรชายของคุณพ่อดึก และคุณแม่แสง เพ็งเพชร์ หลวงพ่อพริ้งท่านมีพี่น้องร่วมสายเลือด ทั้งหมด 6 คน ซึ่งหลวงพ่อท่านเป็นพี่ชายคนโต มีน้องสาวชื่อว่านางผลบ ไข่หงส์ มีน้องชายชื่อว่านายกรู่เพลงรอด,นายโหน่งเพลงรอด, นายบ่าย เพ็งรอด และน้องสาวคนสุดท้องของท่านชื่อว่านางสาวสาคร เพ็งรอด ซึ่งต่อมาภายหลังหลวงพ่อพริ้งท่านก็ได้เปลี่ยนนามสกุลตามน้องชายของท่าน ที่ชื่อนายกรู่ซึ่งเป็นผู้ต้นคิดในการเปลี่ยนนามสกุลมาเป็น “เพ็งรอด” และใช้นามสกุลนี้มาโดยตลอด

    สำหรับพระครูประสาทวรคุณหรือที่ใครหลายคนรู้จักท่านในนามหลวงพ่อพริ้ง มณีธาโน นั้นเดิมที่ท่านมีชื่อว่า พริ้ง เพ็งเพชร์ ท่านเกิดในช่วงปีพ.ศ 2443 ตรงกับวันศุกร์ที่ 2 เดือนพฤศจิกายนเป็นปีชวด ซึ่งเป็นวันขึ้น 11 ค่ำเดือน 12 ท่านเป็นชาวจังหวัดลพบุรีโดยกำเนิดเกิดที่บ้านคุ้งนามอญ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลโก่งธนู เป็นบุตรชายของคุณพ่อดึก และคุณแม่แสง เพ็งเพชร์ หลวงพ่อพริ้งท่านมีพี่น้องร่วมสายเลือด ทั้งหมด 6 คน ซึ่งหลวงพ่อท่านเป็นพี่ชายคนโต มีน้องสาวชื่อว่านางผลบ ไข่หงส์ มีน้องชายชื่อว่านายกรู่เพลงรอด,นายโหน่งเพลงรอด, นายบ่าย เพ็งรอด และน้องสาวคนสุดท้องของท่านชื่อว่านางสาวสาคร เพ็งรอด ซึ่งต่อมาภายหลังหลวงพ่อพริ้งท่านก็ได้เปลี่ยนนามสกุลตามน้องชายของท่าน ที่ชื่อนายกรู่ซึ่งเป็นผู้ต้นคิดในการเปลี่ยนนามสกุลมาเป็น “เพ็งรอด” และใช้นามสกุลนี้มาโดยตลอด


    ในสมัยที่หลวงพ่อท่านยังเป็นเด็กอยู่นั้น คุณพ่อของท่านก็ได้นำท่านไปฝากไว้ที่สำนักของพระอาจารย์จาด ณ วัดไก่เตี้ย ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอบ้านแพรกของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ได้เรียนหนังสือ ซึ่งวิชาที่ท่านได้เรียนในขณะนั้นก็คือวิชาอักษรภาษาไทยและภาษาขอมซึ่งเป็นวิชาที่ผู้คนจะต้องเรียนในยุคนั้นโดยเริ่มต้น หลวงพ่อพริ้งนั้นท่านเป็นผู้มีความจำเป็นเลิศอีกทั้งยังหัวไวเรียนรู้ได้เร็วกว่าศิษย์คนอื่นๆที่เรียนในรุ่นเดียวกันจึงทำให้ท่านสำเร็จวิชาได้เร็ว

    แต่สมัยเด็กๆหลวงพ่อพริ้งท่านมักจะไม่ค่อยแข็งแรงนัก จึงทำให้คุณพ่อและคุณแม่ของท่านคิดว่าหากให้ท่านมาช่วยประกอบอาชีพทำไร่ทำนาก็คงจะไม่น่าไหว นั่นเป็นเหตุผลที่หลวงพ่อท่านจึงได้บวชเป็นสามเณรตั้งแต่อายุได้ 13 ปี ท่านบทที่สำนักของพระอาจารย์จาด หลังจากที่ได้บวชแล้วก็ศึกษาเล่าเรียนทางด้านเวทมนต์ เป็นพระอาจารย์คนแรกของท่านก็คือพระอาจารย์จาดซึ่งในยุคนั้น พระอาจารย์จาดท่านค่อนข้างมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องนี้
    และเมื่อหลวงปู่ท่านอายุได้20 ปีบริบูรณ์ท่านก็เข้าพิธีอุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ซึ่งตรงกับช่วงปีพ.ศ 2463 ในวันที่ 2 เดือนเมษายน ท่านบวชอยู่ที่วัดญาณเสน ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดลพบุรีที่ตำบลโก่งธนู อำเภอเมือง ซึ่งพระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับท่านก็คือหลวงพ่อหลำ ซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดญาณเสนอยู่ พระผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ให้กับท่านก็คือหลวงพ่อแสนแห่งวัดญาณเสน และพระผู้เป็นพระอนุสาวนาจารย์ให้กับท่านก็คือหลวงพ่อฝอยแห่งวัดญาณเสน และฉายาททางธรรมของหลวงพ่อพริ้งก็คือ “มณีธาโน”

    การศึกษาทางด้านพุทธาคมของหลวงพ่อพริ้ง
    การศึกษาทางด้านพุทธาคมของหลวงพ่อพริ้ง
    เมื่อได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์อย่างเต็มตัวแล้ว หลวงพ่อท่านก็มีความเคร่งครัดต่อการปฏิบัติ รวมถึงจริยวัตรอันงดงามเป็นคนพูดน้อย และมักจะปฏิบัติอยู่ตลอด ซึ่งในขณะที่หลวงพ่อท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดญาณเสน ท่านก็ได้มีโอกาสออกเดินธุดงค์ติดตามพระอุปัชฌาย์ของท่านร่วมกับพระภิกษุองค์อื่นๆอีก 7 รูป

    โดยอุปนิสัยส่วนตัวของหลวงพ่อพริ้งนั้นท่านเป็นคนพูดน้อย และรักความสงบอีกทั้งยังมีความมุมานะและตั้งใจในการแสวงหาทางสงบเป็นเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้ท่านยิ่งปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและเป็นเช่นนี้มาเสมอ ซึ่งหลวงพ่อพริ้งท่านจะยึดนำกิจธุดงค์มาปฏิบัติ ซึ่งหลวงพ่อท่านมีความตั้งใจและได้เปิดเผยถึงเรื่องราวเหล่านี้ให้กับพระอาจารย์ของท่านทั้งพระอาจารย์จาดและพระอาจารย์หลำทราบ ตั้งแต่สมัยยังเป็นสามเณร และเมื่อได้มีโอกาสออกเดินธุดงค์ท่านก็ปฏิบัติอย่างตั้งใจ

    ซึ่งการเดินธุดงค์นั้นพระอาจารย์จาดได้เคยให้เหตุผลกับหลวงพ่อพริ้งซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านว่า ผู้ที่จะออกธุดงควัตรเพื่อปฏิบัตินั้น กว่าจะได้มาซึ่งความสำเร็จมานั้นมิใช่เรื่องง่าย เนื่องจากจะต้องออกเดินธุดงค์ไปยังป่าลึกซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายไม่ว่าจะภัยจากสัตว์ป่าอันร้าย รวมถึงสิ่งที่เรามองไม่เห็น และดวงจิตต่างๆและดวงจิตต่างๆ ที่ยังไม่ได้หลุดพ้นจากวิบากกรรม อีกทั้งจะเรื่องของอาถรรพ์ต่างๆตามป่าดงพงไพรที่มีมากนัก และหนทางที่จะผ่านพ้นสิ่งเหล่านี้ได้ก็คือภาวะทางจิตอันแกร่งกล้า

    ซึ่งดวงจิตอันแกร่งกล้านั้นจะได้มาก็ต่อเมื่อการฝึก ดังนั้นการหมั่นปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จึงเป็นสิ่งที่เพิ่มสมาธิให้เรามีปัญญาและมีพลังจิตที่แกร่งกล้าได้ ในเมื่อดวงจิตของเรามีความแกร่งกล้าสิ่งนั้นแหละจึงจะเป็นเกราะป้องกันตัวเรารวมถึงป้องกันภัยจากกิเลสต่างๆในใจทั้งหลายได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พระอาจารย์ทั้งสองของท่านได้อบรมสั่งสอนท่านอย่างเสมอมา

    เมื่อผ่านในเรื่องของการทดสอบจิตใจจากพระอาจารย์ซึ่งก็คือหลวงพ่อหลำ จนเป็นผู้นำในการเดินธุดงค์แล้ว เป้าหมายแรกที่จะมุ่งไปก็คือภาคเหนือ น่าจะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเส้นทางในการไปถึงของยุคนั้นค่อนข้างเป็นไปด้วยความยากลำบากไม่ได้สบายเหมือนในปัจจุบัน รถลาในสมัยก่อนก็ไม่มี ดังนั้นจึงไม่ได้ใช้เวลาน้อยๆในการเดินทางเลย ทั้งต้องเดินทางผ่านห้วยน้องคลองบึง ซึ่งระหว่างทางนั้นก็ย่อมเผชิญกับสัตว์นานาชนิดในป่า อีกทั้งยังจะต้องเข้าป่าดงพงไพรไปพบกับสิ่งต่างๆ ที่อาจมองไม่เห็นรวมถึงดวงวิญญาณที่ยังไม่ผ่านการหลุดพ้นในระหว่างการเดินทาง เมื่อค่ำที่ไหนก็ต้องนอนที่นั่น และต้องเจริญจิตภาวนาในทุกๆที่

    รวมถึงการแผ่เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ยามเช้าก็ต้องเก็บเครื่องอัฐบริขาร เจริญภาวนาและออกเดินทางต่อ อยู่เช่นนี้จนกว่าจะไปถึงกับจุดหมายซึ่งก็คือภาคเหนือ ในปัจจุบันเราขับรถยนต์จากจังหวัดลพบุรีไปยังจังหวัดที่อยู่ภาคเหนือกี่กิโลเมตร ซึ่งแน่นอนว่าในยุคที่หลวงพ่อพริ้งท่านเดินธุดงค์นั้นท่านเดินทางเท้า และถึงแม้ว่าจะพบกับอุปสรรคต่างๆในระหว่างการเดินทางมาอย่างมากมายแต่หลวงพ่อท่านก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง

    รวมถึงได้พบกับพระอาจารย์ผู้มีวิชาอีกหลายท่าน ที่เมืองปากน้ำโพ และได้แลกเปลี่ยนทัศนะความรู้ด้านทางธรรมต่อกัน จนทำให้ท่านนำมาต่อยอดวิชาอาคมรวมถึงทางด้านพลังจิตให้ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งหลวงพ่อพริ้งท่านได้วิชา ตัดสายรุ้งละลายเมฆ วิชาบังไพร มาจากหลวงพ่อพวงแห่งวัดหนองกระโดน ซึ่งมีเรื่องเล่ากันว่าวิชาบังไพรนี้หลวงพ่อพริ้งท่านได้นำมาใช้ในขณะที่มีโขลงช้างเข้ามาใกล้กับบริเวณที่ท่านปักกลดในขณะกำลังออกเดินธุดงค์

    ซึ่งนับได้ว่าท่านเป็นอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงพุทธาคม และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวจังหวัดลพบุรีในยุคก่อนอย่างมาก เรียกได้ว่าแทบทั้งชีวิตของท่านนั้นอุทิศให้กับพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง หลวงพ่อพริ้งท่านมรณภาพในปีพ.ศ 2527 รวมสิริอายุได้ 84 ปี 64 พรรษา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงพิมพ์เล็บมือ หลวงพ่อพริ้งวัดโบสถ์โก่งธนู ปี๒๕๒๑

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260118_163250.jpg IMG_20260118_163308.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1768738484256.jpg

    หลวงปู่โต๊ะและหลวงปู่แหวน
    อ.เบิ้ม(สุวัฒน์ พบร่มเย็น) ศิษย์ใกล้ชิดองค์หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ได้เล่าว่า
    อ.เบิ้มมักนำพระเครื่องต่างๆไปขอเมตตาหลวงปู่โต๊ะอธิษฐานจิตซ้ำอีก และทุกครั้งหลวงปู่โต๊ะก็เมตตาอธิษฐานจิตให้
    แต่จะมีพระเครื่องของพระองค์หนึ่ง ที่หลวงปู่โต๊ะจะไม่ยอมอธิษฐานจิตซ้ำให้ นั่นคือ พระเครื่องขององค์หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง
    ซึ่งอ.เบิ้ม ย้ำว่าเป็นองค์เดียวจริงๆ
    และหลวงปู่โต๊ะได้เคยเล่าถึงการการสนทนาทางจิตกับหลวงปู่แหวน เรื่องการฝากให้หลวงปู่แหวน ดูแลในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะธาตุขันธ์หลวงปู่โต๊ะไม่ไหวแล้ว และหลวงปู่โต๊ะได้ละสังขารก่อนหลวงปู่แหวน
    น้อมกราบพระอริยะเจ้าทั้งสามองค์

    หลวงปู่แหวนจึงจำพรรษาอยู่ที่วัดดอยแม่ปั๋ง จนมรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2528 สิริอายุได้ 98 ปี 78 พรรษา

    ด้านปาฏิหาริย์ของหลวงปู่แหวนนั้น เล่ากันว่า มีทหารอากาศผู้หนึ่งกำลังขับเครื่องบินฝึกซ้อม ขณะที่อยู่กลางอากาศก็พบร่างพระอริยสงฆ์ผู้หนึ่งลอยอยู่บนก้อนเมฆ และออกเสาะหา จึงทราบภายหลังว่า พระรูปที่เห็นนั้นคือหลวงปู่แหวน

    เมื่อคราวที่หลวงปู่แหวนมีอายุครบ 90 ปี ศิษยานุศิษย์และประชาชนชาวเชียงใหม่ได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อสร้างอาคารสำหรับรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เมื่อสร้างเสร็จได้ให้อาคารดังกล่าวชื่อว่า สุจิณโณ มีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคต่างๆ มากกว่าปีละหนึ่งล้านคน

    แม้ว่าหลวงปู่แหวน สุจิณโณ จะละสังขารไปเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่คติธรรมคำสอนของท่านนั้น เป็นธรรมโอวาทล้ำค่า ที่ยังส่องสว่างอยู่กลางใจของชาวพุทธ ที่ได้น้อมนำมาปฏิบัติอยู่ตลอดมา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาทุกๆที่มาอย่างสูงครับ

    หลวงปู่แหวนหลังพระธาตุดอยกองมู ไตรมาส รุ่นสิงหนาท ตำรวจภูธร แม่ฮ่องสอน จัดสร้าง ปี๒๕๒๗ สภาพสวยมากครับ ขอตามกระแสหน่อยผมก็มีเก็บไว้เหมือนกัน

    ให้บูชา 550 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    1768738043565.jpg IMG_20260118_191626.jpg IMG_20260118_191650.jpg
     
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1768728355595.jpg


    ประวัติโดยสังเขปของพระครูปทุมกิจโกศล หลวงพ่อแสวง อริโย
    (พระเถราจารย์ที่ถูกแกล้งลืม)
    เขียนโดยน้าเทพ วสภ

    ที่กระผมนายเข็มทองกำลังจะเล่าให้ผู้อ่านฟังนี้เป็นความจริงทั้งหมดที่ถูกแกล้งลืมมานานมาก ไม่ต้องเชื่อผมก็ได้ครับ คิดว่าผมเล่านิยายให้ท่านผู้อ่านฟังก็ได้ครับ อย่าเชื่อผมจนกว่าท่านทั้งหลายจะได้เข้าไปกราบแทบเท้าหลวงพ่อครับ โดยผมจะเริ่มเล่าให้ฟัง ณ บัดนี้ครับ
    หลวงพ่อแสวง อริโยเกิดในตระกูลเจ้าพระยา เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด พ.ศ. 2567 ตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2467 ร.ศ.143 จ.ศ. 1286
    บ้านเกิด ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี บิดาชื่อ นายเล็ก มารดาชื่อ นางทรัพย์
    มีพี่น้องร่วมบิดาเดียวกันรวม 7 คน คือ
    1. นางสาวสาย(ถึงแก่กรรม)
    2. นาวสาวโปรย(ถึงแก่กรรม)
    3. นายสิน
    4. ผู้ใหญ่มล(ถึงแก่กรรม)
    5. นายแจ้ง
    6. พระครูปทุมกิจโกศล เดิมชื่อ ?แจ่ม? แต่ชาวบ้านเรียกท่านว่า ?แสวง? เมื่อท่านอุปสมบทแล้วจึงเรียกติดปากตั้งแต่นั้นมา
    7. นายจำรัส เจนกระบวน
    โยมปู่ชื่อหลวงเจนกระบวนทิศ(ต้นนามสกุลเจนกระบวน) เป็นเชื้อสายชาวมอญที่เป็นแม่ทัพนายกอง ซึ่งมีวิทยาคมสูงส่ง เจ้าของตำราผงสิบสองนักกษัตริย์ พูดถึงผงสิบสองนักกษัตริย์หลายท่านอาจจะงง แต่ถ้าพูดถึงหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ จ.ปทุมธานี และหลวงพ่อเริ่ม วัดจุกกระฌอ จ.ชลบุรี ท่านคงจะหายสงสัย เพราะสมเด็จรุ่นแรกของหลวงปู่เทียน ที่ผสมผงสิบสองนักกษัตริย์ และสมเด็จรุ่นแรกของหลวงพ่อเริ่ม ก็มีราคาแพงเป็นที่ใฝ่หาของผู้ที่ดวงตก กำลังหาวัตถุมงคลเสริมดวง(รายละเอียดผงสิบสองนักกษัตริย์ หาอ่านได้ในประวัติหลวงปู่เทียนและหลวงพ่อเริ่ม) ผงสิบสองนักกษัตริย์นี้ การสร้างจะคล้ายๆกับผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ถ้าอยากทราบครั้งหน้าผมจะอธิบายรายละเอียดการทำผงสิบสองนักกษัตริย์ให้ฟัง
    มาฟังประวัติของหลวงพ่อกันต่อครับ
    ในวัยเด็กของหลวงพ่อชอบตามโยมแม่ของท่าน ไปฝึกวิปัสสนากรรมฐานกับแม่ชีพันธ์ อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนา ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์เอกของท่านพ่อบันฑูรย์สิงห์ จังหวัดสมุครสาคร ถ้าเทียบเดี๋ยวนี้อำนาจฌาณสมาบัติของแม่ชีพันธ์ก็เทียบได้กับคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม วัดอาวุธ ซึ่งมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย หลวงพ่อท่านเคยเล่าให้ผมฟังว่าคนถูกผีเข้า พาเข้าไปหาแม่ชีพันธ์นั้นท่านแค่อธิษฐานจิตปลายนิ้วชี้ของท่าน ชี้ไปที่ร่างของผู้ถูกผีเข้า ผีถึงกับร้องโหยหวน แล้วรีบออกจากร่างไปอย่างรนราน หลวงพ่อท่านได้รับการฝึกวิปัสสนากรรมฐานจากแม่ชีพันธ์ตั้งแต่วัยเด็ก หลังจากนั้นโยมแม่ของหลวงพ่อจึงพาหลวงพ่อไปฝากเรียนหนังสือไทยและขอมกับหลวงพ่ออู๊ด วัดหัตถสาร จ.ปทุมธานี มาถึงตรงนี้ท่านคงงงๆกันอีกแล้วว่าหลวงพ่ออู๊ดท่านเป็นใครมาจากไหน หลวงพ่ออู๊ดเป็นศิษย์รุ่นใหญ่ของหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม จ.อยุธยา ซึ่งมีศักดิ์เป็นศิษย์รุ่นพี่ของหลวงพ่ออั้น วัดพระญาติการาม ประวัติของหลวงพ่ออู๊ดไม่ค่อยจะได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปนัก เพราะท่านเป็นพระที่ไม่ชอบอวดตัว คนส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงศิษย์หลวงพ่อกลั่น มักจะนึกถึงหลวงปู่สี วัดสะแก หลวงปู่ใหญ่ วัดสะแก หลวงพ่อคอน วัดชัยพฤกมาลา แต่ลองมาฟังสิ่งที่ผมจะเล่าถึงในวันสุดท้าย ณ สำนักหลวงพ่อกลั่น ของหลวงพ่ออู๊ด วันนั้นในตอนบ่ายหลวงพ่อกลั่น เรียกหลวงพ่ออู๊ดเข้าไปหาแล้วบอกว่า ?ท่านอู๊ดวิชาที่ผมมีอยู่ผมได้สอนท่านไปจนหมดไส้หมดพุงแล้ว ถ้าคุณอยากจะก้าวหน้าต่อไปในเพศบรรพชิต คุณคงต้องหาที่ศึกษาเพิ่มเติมแล้วล่ะ? หลวงพ่ออู๊ดจึงถามหลวงพ่อกลั่นว่า ?หลวงพ่อครับ แล้วจะให้กระผมไปศึกษาต่อที่ไหนดีล่ะครับ ช่วยแนะนำผมด้วยครับ? หลวงพ่อกลั่นจึงตอบว่า ?ถ้าต้องการศึกษาต่อคงต้องไปหาหลวงพ่อหนู วัดชีปะขาวแล้วล่ะ(จ.อยุธยา) เดี๋ยวผมจะเขียนจดหมายฝากตัวคุณไปให้หลวงพ่อหนูด้วย? หลังจากนั้นหลวงพ่ออู๊ดก็ได้ออกจากสำนักของหลวงพ่อกลั่นพร้อมกับจดหมายฝากตัวที่หลวงพ่อกลั่นเขียนไว้ให้ เดินทางมุ่งหน้าสู่วัดชีปะขาวโดยลำพัง เมื่อถึงวัดชีปะขาวแล้วจึงนำจดหมายฝากตัวนี้ถวายให้หลวงพ่อหนูอ่าน เมื่อหลวงพ่อหนูอ่านแล้วก็ถามหลวงพ่ออู๊ดว่า ?คุณอยู่อารามไหนกัน? หลวงพ่ออู๊ดตอบว่า ?เกล้ากระผมอยู่วัดหัตถสารจังหวัดประทุมธานีครับ? หลวงพ่อหนูก็ถามต่อไปอีกว่า ?อ้าว! แล้วจะอยู่เรียนวิชากันอย่างไร? หลวงพ่ออู๊ดตอบว่า ?ผมจะเดินทางไปๆมาๆ เพื่อมาขอศึกษาต่อครับ? หลวงพ่อหนูตอบว่า ?เอ้อ อย่างนั้นไม่ต้องลำบากหรอก เดี๋ยวข้าจะไปหาเอ็งเอง ที่วัดของเอ็งมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่หนึ่งต้นใช่มั้ย? หลวงพ่ออู๊ดตอบว่า ?ใช่ครับหลวงปู่? หลวงพ่อหนูจึงตอบว่า ?เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าเอ็งไม่เข้าใจหรือติดขัดในวิชาใดๆ เอ็งไปรอข้าที่ต้นโพธิ์ใหญ่ พร้มกับจุดธูป 9 ดอก รำลึกถึงข้า ช้าจะไปหาเอ็งเอง? ท่านผู้อ่านครับเหมือนนิยายมั้ย แต่ฟังก่อนครับหลวงพ่ออู๊ดได้ต่อวิชาต่างๆจากหลวงปู่หนู วัดชีปะขาวจนจบคัมภีร์พระเวท ณ ที่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่วัดหัตถสารนั้นเอง หลวงพ่อเล่าให้ผมฟังแบบนี้ ผมก็ไม่กล้าถามท่านต่อแล้วครับเพราะผมรู้ดีว่าพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าท่านมักจะสำเร็จวิชาย่นระยะทางโดยอาศัยพลังแห่งธาตุเป็นหลัก ซึ่งเราก็อาจจะหาอ่านได้ในนิตยสารพระเกจิต่างๆมากมาย ยกตัวอย่างเช่น หลวงพ่อปาน หลวงพ่อจง หลวงพ่อเดิม ฯลฯ ย้อนเข้ามาถึงเรื่องราวของหลวงพ่อต่อถึงตอนที่โยมแม่พาหลวงพ่อมาฝากเรียนหนังสือขอมและไทย โดยฝากไว้กับหลวงพ่ออู๊ด หลวงพ่อได้เรียนชั้นประถมที่วัดหัตถสารจากหลวงพ่ออู๊ดพร้อมเกร็ดวิชาต่างๆ จนเรียนจบแล้ว หลวงพ่อจึงได้บวชเณรอยู่กับหลวงพ่ออู๊ดที่วัดหัตถสารจนอายุใกล้ครบบวชพระ โยมแม่จึงขอร้องให้ไปบวชที่วัดใกล้บ้านคือวัดสว่างภพนั่นเอง หลวงพ่อได้อุปสมบท เมื่อปี พ.ศ.2487 ณ พัทธสีมาวัดสว่างภพ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีพระอธิการเฮ็ง สุมโนเป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยธรหลุย เป็นพระกรรมวาจารย์และพระอธิการสวัสดิ์ โสตฺถิทตุโตเป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่ออุปสมบทแล้วได้รับฉายาว่า ?อริโย? และหลังจากได้อุปสมบทแล้วได้กลับไปขอศึกษาวิชาในสายหลวงพ่อกลั่นจากหลวงพ่ออู๊ดต่อ พร้อมกับไปฝากตัวกับพระเถราจารย์รุ่นเก่าอีกมากมายนับไม่ถ้วน พระเถราจารย์ที่หลวงพ่อแสวงได้ศึกษามีดังนี้

    1. หลวงพ่อเลื่อน วัดไผ่ จ.อยุธยา
    2. หลวงพ่อสมบุญ วัดสว่างภพ หลวงพ่อแสวงได้รับการถ่ายทอดวิชาแพทย์แผนโบราณ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 ? 2500 จนมีความรู้ความสามารถทางการแพทย์แผนโบราณเป็นอย่างดี
    3. หลวงพ่อโป๋ วัดวังแดง จ.อยุธยา
    4. หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ จ.อยุธยา หลวงพ่อแสวงได้รับการถ่ายทอดมาหลายวิชา
    5. หลวงพ่ออุ่ม วัดเจ้ากอ จ.อยุธยา
    6. หลวงพ่ออู๊ด วัดหัตถสาร จ.ปทุมธานี
    7. หลวงพ่ออ่ำ วัดวงฆ้อง จ.อยุธยา
    8. หลวงพ่อโอภาส วัดพระศรีไกรน้อย บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เก่งมากทางสักยันต์ คงกระพันชาตรี
    9. หลวงพ่อจง พุทธสโร แห่งวัดหน้าต่างนอก จ.อยุธยา ที่เราคงจะได้ต้องบรรยายอะไรมาก เพราะว่าทุกๆคนน่าจะรู้จักท่านดี มีเรื่องเล่าขันๆให้ท่านผู้อ่านฟัง วันหนึ่งผมอยากจะรู้ว่าในตะกรุดสิบหกดอกของหลวงพ่อจงลงอักขระเลขยันต์อะไรไว้ ผมจึงขับรถไปหาหลวงพ่อแม้น ที่วัดหน้าต่างนอก เมื่อไปถึงวัดทางสะดวกเลยครับ พระหลวงพ่อแม้นกำลังไม่มีแขกพอดี ผมจึงเรียนถามท่านว่า ?หลวงพ่อครับ ตะกรุดสิบหกดอกของหลวงพ่อจง ลงยันต์อะไรไว้ครับผมอยากจะทราบ? หลวงพ่อแม้นท่านตอบผมว่า ?เอ้อ! คุณโยมมาจากวัดไหน? ผมตอบท่านว่า ?ผมมาจากวัดสว่างภพ จ.ปทุมธานีครับ? หลวงพ่อแม้นท่านยิ้มแล้วตอบผมว่า ?โยมมาซะไกลเลยนะ ไปถามหลวงพ่อแหวงสิ เขาทันเรียนกับหลวงพ่อจงและใกล้ชิดกว่าฉันอีก? มาถึงตอนนี้ไม่อยากจะบรรยายความรู้สึกเลยครับหน้าแตก(หมอไม่รับเย็บเลยงานนี้) ผมรีบขับรถกลับไปวัดสว่างภพทันทีเพื่อไปกราบแทบเท้าหลวงพ่อแสวง ท่านจึงเล่าความจริงให้ผมฟังว่าท่านไปๆมาๆ ระหว่างวัดหน้าต่างนอกและวัดสว่างภพอยู่เป็นปี เพื่อต่อวิชากับหลวงพ่อจง จนหลวงพ่อจงเมตตามาอยู่ช่วยปลุกเสกวัตถุมงคลที่วัดสว่างภพเป็นเวลาถึง 7 วัน 7 คืน พร้อมกับมอบเหล็กจารไว้ให้หลวงพ่อ 1 อัน พร้อมกับผงพุทธคุณ 1 บาตรใหญ่ๆ เพื่อให้หลวงพ่อแสวงสร้างวัตถุมงคลเป็นรูปหลวงพ่อจงและพิมพ์สมเด็จเนื้อผง 1 รุ่น(ครั้งหน้าผมจะโม้ให้ฟังถึงวัตถุมงคลรุ่นนี้ พร้อมกับข่าวดีว่า ยังมีอยู่ที่วัดสว่างภพครับ)
    10. อาจารย์คง เป็นฆราวาสและเป็นศิษย์หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม จ.อยุธยา หลวงพ่อแสวงได้เรียนวิชาอาคมทางด้านคงกระพันแคล้วคลาดและเมตตามหานิยม เรียกได้ว่าครบเครื่อง
    11. อาจารย์หลำ เป็นฆราวาสมีอาคมแก่กล้าทางด้านคงกระพันชาตรี
    12. อาจารย์และพระเกจิอาจารย์ท่านอื่นๆอีกมากมาย แต่ไม่สามารถนำบอกกล่าวกันให้ฟังได้ครับ
    สรุป
    1. หลวงพ่อแสวงเป็นพระที่เก็บตัวไม่ชอบโอ้อวด
    2. เป็นพระเกจิอาจารย์ที่นั่งปรกตามพิธีพุทธาภิเษกมากกว่า 100 งาน แต่ไม่เคยขึ้นชื่อ เพราะว่า พอช่างภาพจะถ่ายรูปหลวงพ่อเดินหนีแล้วครับ(หนีอย่างเดียว)
    3. ตำรวจเก่าๆแถวประตูน้ำพระอินทร์ต้องขอร้องหลวงพ่อให้วางเข็มสัก และห้ามแจกตะกรุดกับเชือกคาด เพราะลูกศิษย์นอกคอกของหลวงพ่อทำให้ตำรวจต้องทำงานหนัก
    4. เป็นพระเกจิอาจารย์รูปเดียวที่นั่งปรกในพิธีของวัดประสาทบุญญาวาส ปี พ.ศ. 2505 และ พ.ศ. 2506 รูปเดียวที่ยังทรงสังขารอยู่(ตำนานที่ยังมีลมหายใจ)
    5. เป็นพระเกจิอาจารย์รูปเดียวที่นึ่งปรกในพิธีการสร้างพระสมเด็จบางขุนพรหม ปี พ.ศ. 2509 และหลวงพ่อยังได้รับแจกสมเด็จพิมพ์คะแนนจากเจ้าอาวาสวัดบางขุนพรหมมาประมาณ 200 องค์(อยากได้ก็ไปตื้อกับหลวงพ่อกันเอาเองนะครับ งานนี้ผมไม่เกี่ยว)
    6. ตอนนี้ญาติโยมที่เป็นชาวมาเลเซียมาตื้อหลวงพ่อให้ขึ้นเครื่องไปโปรดญาติโยมที่มาเลเซีย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปโดนอะไรกันเข้า เห็นบอกว่าถ้าหลวงพ่อไม่ไปมาเลเซีย จะจัดแพ็คเก็จทัวร์รอบพิเศษมากินนอนกันที่วัดสว่างภพกันเลยครับ(เอากันเข้าไป)
    7. มีพระชรารูปหนึ่งปัจจุบันมรณภาพไปแล้ว ซึ่งบวชรุ่นเดียวกันกับหลวงพ่อ เล่าให้ผมฟังว่าเคยแอบดูหลวงพ่อว่าท่านไปทำอะไรในโบสถ์ และเห็นหลวงพ่อเสกผ้าอาบน้ำฝนโยนลงกับพื้น ผ้าอาบน้ำฝนนั้นกลับกลายเป็นกระต่ายสีขาววิ่งรอบตัวหลวงพ่อ(เชื่อไม่เชื่อแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละบุคคลแล้วกันนะครับ งานนี้ผมก็ไม่เกี่ยวอีกนั่นแหละ) แต่รู้ว่าตอนที่พระชรารูปนี้ท่านคุยกับผมท่านบอกว่าจะเอาอาตมาไปสาบาญที่ไหนก็ได้
    บทส่งท้าย
    ถ้าจะเล่าเรื่องประสบการณ์และอภินิหารของวัตถุมงคล ต้องขอยกยอดไว้เที่ยวหน้าแล้วกันนะครับ และถ้าอยากจะได้วัตถุมงคลของหลวงพ่อรุ่นเก่าๆ หรือเหรียญรุ่นแรกไม่ต้องติดต่อมาทางผมเลยนะครับ เพราะว่าตลอดสิบกว่าปีที่ผมเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อผมมีเหล็กจารที่หลวงพ่อได้ให้ไว้อันเดียวครับ และผมเองไม่เคยมีของหลวงพ่อไว้ขายเหมือนอย่างที่ลูกศิษย์ในสายอื่นเค้าทำกัน เพราะผมก็ไม่ได้ตั้งศูนย์พระเครื่อง อ้อ! เกือบลืมไป ล่าสุดนี้กรมศิลปากรได้จัดสร้างพระพิฆเนศ รุ่นที่สอง ทำพิธีปลุกเสกที่กรมศิลปากร บริเวณวังหน้า ทางกรรมการผู้จัดสร้างฝ่ายกรมศิลปากร โหวตรายนามพระเกจิอาจารย์ที่จะเข้านั่งปรกทั่วประเทศให้เหลือ 16 รูป หลวงพ่อแสวงคือหนึ่งในนั้นด้วยครับ
    เอาเป็นว่าเที่ยวหน้าถ้าผมมีเวลาจะมาโม้ให้ท่านฟังกันต่อนะครับ
    ขอความโชคดีมีชัยและจตุรพิธพรชัย จงมีแด่ทุกๆท่านครับ
    โชคดี งดเหล้าวันเข้าพรรษาโดยถ้วนหน้าครับ
    ตะกรุดโทนมหาอุตม์ ที่สุดหน้าทอง หมายปองมีดหมอเทพศาสตรา พญาสิงห์สุดคงทน แก้จนตะเพียนทอง พรั่งพร้อมกริ่งโบราณ อภินิหารหลวงพ่ออู่ทอง
    ประกาศ! วัตถุมงคลของวัดสว่างภพทุกชิ้นในขณะนี้เป็นของเก่าที่หลวงพ่อแสวงอธิษฐานจิตปลุกเสกไว้ให้อย่างเต็มที่ตลอดหลายไตรมาสก่อนมรณภาพ โดยมิได้มีการสร้างเสริมหรือสร้างใหม่แต่อย่างใด จึงขอแจ้งให้บรรดาศิษยานุศิษย์และผู้ที่เคารพนับถือในองค์หลวงพ่อแสวงทุกท่านทราบโดยทั่วกัน
    วัดสว่างภพ
    ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จปรกโพธิ์หลวงพ่อแสวงวัดสว่างภพ

    ให้บูชา 320 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260118_162302.jpg IMG_20260118_162320.jpg
     
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1768580453615.jpg FB_IMG_1768727979153.jpg

    เหรียญพระแก้วหลังฉัตรหลวงปู่ดู่ร่วมอธิษฐานจิต

    พระดีพุทธคุณสูง เหรียญพระแก้วมรกต รุ่นบูรณะฉัตร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ ปี ๒๕๓๑ .... หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา
    ปลุกเสก...
    เหรียญพระแก้วมรกต รุ่นบุรณะฉัตร พ.ศ.2531 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ประกอบพิธีพุทธาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ โดยใช้มวลสาร ยอดฉัตร ณ วัดพระแก้วมา ผสมมวลสาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระมหากรุณาธิคุณเสด็จมาประกอบพิธีพุทธาภิเษกด้วยพระองค์เอง และมีพระเกจิอาจารย์เก่งๆในขณะนั้นร่วมปลุกเสกหลายองค์ อาทิ หลวงปู่ดู่(ปลุกเสกในครั้งนี้เเล้วท่านยังได้รับเชิญให้ปลุกเสกเหรียญกรมหลวงชุมพรฯ วัดราชบพิธฯ กรุงเทพฯ ปี 2531อีกด้วย ) หลวงพ่อแพ ฯลฯ เนื้อเหรียญการจัดสร้าง มีทั้งเนื้อทองคำ พร้อมกล่องกำมะหยี่ เครื่องหมาย สธ. หนัก 15.2 กรัม ตามจำนวนสั่งจอง เนื้อเงิน เเละเนื้อทองเหลือง

    พระดีพุทธคุณสูง เหรียญพระแก้วมรกต รุ่นบูรณะฉัตร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ ปี 2531 ....
    หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา
    ปลุกเสก...

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ซองเดิม เหรียญสวย ไม่ผ่านการแขวนบูชา

    ให้บูชา 320 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    (ปิดรายการ)

    IMG_20260118_161753.jpg IMG_20260118_161815.jpg IMG_20260118_161833.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 มกราคม 2026 at 21:54
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1768755018987.jpg FB_IMG_1768755011554.jpg FB_IMG_1768755022679.jpg FB_IMG_1768755015482.jpg 1768755434720.jpg 1768755438023.jpg


    นางกวัก ครูบากองคำ วัดดอนเปา ปี ๒๕๑๖

    ข้อมูลจากสายตรง...

    นางกวัก ครูบากองคำ กตปุญโญ
    วัดดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

    นางกวัก ครูบากองคำ วัดดอนเปา จ.เชียงใหม่ สร้างเมื่อ วันเสาร์ ๕ ปี พศ. ๒๕๑๖ ลป.ครูบากองคำนั้น ท่านได้เมตตาสร้างไว้ให้สำหรับหนุนชะตาราศรีผู้ที่ดวงตก มีเคราะห์กรรมวิบากกรรมร้ายแรง โดนพ่อแม่สาปแช่ง และยังเปี่ยมไปด้วย.เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ ด้านการเจรจาพาทีเป็นที่รักแก่ผู้คนทุกคนที่ได้พูดคุยด้วย ค้าขายดี เจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภหลั่งไหลมาสู่แบบไม่ขาดสาย ผู้ที่ทำมาหากินไม่ขึ้น หรือไม่เคยทำอะไรสำเร็จ ค้าขายขาดทุน และเกิดปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับการค้าขาย เมื่อได้บูชา นางกวัก และวัตถุมงคลต่างๆ ของท่านแล้วกลับกลายเป็นดวงดี ทำมาค้าขึ้นร่ำรวยกันขึ้นมาแบบไม่น่าเชื่อ

    ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนสงฆ์ ผู้ดำเนินตามรอยปฏิบัติแห่งองค์ ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย นักบุญแห่งล้านนาไทย และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต นอกจากนั้น ท่านยังได้รับการถ่ายทอดวิชาจาก หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง, ครูบาพรหมจักร วัดพระบาทตากผ้า ลำพูน, ครูบาอินทจักรรักษา วัดน้ำบ่อหลวง เชียงใหม่, ครูบาชุ่ม วัดวังมุย ลำพูน, หลวงปู่คำแสน คุณาลังกาโร วัดสวนดอก เชียงใหม่,และครูบาเมือง วัดท่าแหน ลำปาง อีกด้วย

    ท่านเป็นพระเถระที่มีจริยาวัตรงดงาม ทั้งในศีล สมาธิ ปัญญาญาณ ปฏิบัติธรรมจนหมดสิ้นอาสวะกิเลสต่างๆ ได้ทุกประการ และเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา โดยทรงได้เสด็จพระราชดำเนินมาบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นการส่วนพระองค์อยู่เนืองๆ และทรงรับไว้เป็น "คนไข้ ในพระบรมราชานุเคราะห์" ในกรณีที่อาพาธ อีกด้วย

    ท่านเป็นพระสงฆ์ ที่เปี่ยมด้วยความมีเมตตาธรรมอย่างสูงยิ่ง สิ่งที่ท่านเมตตาต่อชาวโลกอย่างเป็นปกติก็คือ "การอาบน้ำมนต์ ขันบาตรเดียว" ท่านได้เมตตาเพื่อให้ความเป็นสิริมงคล แก่ผู้ที่ไปกราบนมัสการทำบุญกับท่าน โดยที่ท่านไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

    อัฐิธาตุของท่าน กลายเป็นพระธาตุครับ

    เครดติข้อมูลจาก

    http://pralanna.com/boardpage.php?topicid=28510

    ๏..ครูบากองคำ กตฺตปุญโญ...พระอริยาจารย์แห่ง วัดดอนเปา อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่
    เป็นศิษย์สายกรรมฐาน สาย.....
    ๏..ครูบาศรีวิชัย ศิริวิชโย... มหาอริยาจารย์แห่งล้านนา
    ๏..หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ... มหาอริยาจารย์แห่งกองทัพธรรมภาคอีศาณ
    ......................

    นอกจากนั้น...ท่านยังได้รับการถ่ายทอดยอดวรยุทธพุทธาคมหลายแขนงจาก....

    ๏..หลวงปู่แหวน สุจิณโน ...วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ มหาอริยาจารย์แห่งล้านนา ผู้อังคารธาตุแปรเป็นพระธาตุ
    ๏..ครูบาพรหมจักรสังวร .วัดพระบาทตากผ้า จ.ลำพูน มหาอริยาจารย์แห่งล้านนา ผู้อังคารธาตุแปรเป็นทองคำบริสุทธิ์และอัฐิเป็นพระธาตุใสเป็นแก้ว

    ๏..พระสุธรรมยานเถร(ครูบาอินทจักรรักษา) ๏..วัดน้ำบ่อหลวง สันป่าตอง เจียงใหม่
    ๏..ครูบาชุ่ม โพธิโก ... วัดวังมุย จ.ลำพูนมหาอริยาจารย์แห่งล้านนา ผู้อังคารธาตุและอัฐิเป็นพระธาตุใสเป็นแก้ว
    ๏.. หลวงปู่คำแสนคุณาลังกาโร วัดสวนดอก . เจียงใหม่
    ๏..ครูบาเมือง ... วัดท่าแหน มหาอริยาจารย์แห่งล้านนา พระเกจิอีกรูปหนึ่งของเมืองลำปาง ที่ทรงอภิญญาอย่างลำเลิศ

    ครูบากองคำ กตปุญโญ
    วัดดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

    ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนสงฆ์ ผู้ดำเนินตามรอยปฏิบัติแห่งองค ์ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย นักบุญแห่งล้านนาไทย
    ครูบากองคำ ท่านเป็นพระเถระที่มีจริยาวัตรงดงาม ทั้งในศีล สมาธิ ปัญญาญาณ ปฏิบัติธรรมจนหมดสิ้นอาสวะกิเลสต่างๆ ได้ทุกประการ และเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งของ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวๆ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาๆ โดยทรงได้เสด็จพระราชดำเนินมาบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นการส่วนพระองค์อยู่เนืองๆ และทรงรับไว้เป็น "คนไข้ ในพระบรมราชานุเคราะห์" ในกรณีที่อาพาธ อีกด้วย
    ท่านเป็นพระสงฆ์ที่เปี่ยมด้วยความมีเมตตาธรรมอย่างสูงยิ่งอีกด้วย สิ่งที่ท่านเมตตาต่อชาวโลกอย่างเป็นปกติก็คือ "การอาบน้ำมนต ์ขันบาตรเดียว" ท่านได้เมตตาเพื่อให้ความเป็นสิริมงคล แก่ผู้ที่ไปกราบนมัสการทำบุญกับท่าน โดยที่ท่านไม่ได้ คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

    สร้างเมื่อ วันเสาร์๕ ปี พศ. ๒๕๑๖ เพื่อแจกเป็นทาน จำนวน ๙๙๙๙ องค์ โดยมวลสาร ศักดิ์สิทธิ์ เรืองฤทธิ์ ประกอบด้วย....
    ผงบารมีธรรมล้ำโลก
    ผง๑๒นักษัตร หนุนชะตาราศรี
    ผงนพเคราะห์ทั้ง๙
    ที่ลป.ครูบากองคำ ท่านร่ำเรียนมาจนสำเร็จ มีอิทธิคุณเป็นพิเศษ ในทาง (((.....หนุนชะตาราศรีผู้ที่ดวงตก มีเคราะห์กรรมวิบากกรรมร้ายแรง โดนพ่อแม่สาปแช่ง....)))
    และยังเปี่ยมไปด้วย.... เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ ด้านการเจรจาพาทีเป็นที่รักแก่ผู้คนทุกคนที่ได้พูดคุยด้วย ค้าขายดีเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภหลั่งไหลมาสู่แบบไม่ขาดสาย

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    พระผงจันทร์ลอยนางกวักครูบากองคำ ด้านหลังองค์พระมีเนื้อกะเทาะ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20260118_233859.jpg IMG_20260118_233924.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 มกราคม 2026 at 20:44
  8. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1768758840512.jpg FB_IMG_1768758843698.jpg FB_IMG_1768758857381.jpg FB_IMG_1768758847369.jpg FB_IMG_1768758865885.jpg 1406757-2087d.jpg 1406757-2087d (1).jpg

    พระผงพระพุทธสิหิงค์หลังหนุมาน กรมสื่อสารทหารอากาศจัดสร้าง ปี ๒๕๓๗ หลวงพ่อเกษมเขมโกมนต์ อธิษฐานจิต และเข้าพิธีใหญ่ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพิธีพิเศษใหญ่วัดพระสิงห์
    วันฉัตรมงคลเกจิอาจารย์เชียงใหม่

    พิธีพระกริ่ง ภปร. 60 ปี ธรรมศาสตร์ สร้างเป็นที่ระลึกการสถาปนาครบรอบ 60 ปี มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ปี 2537 พิธีพุทธาภิเษกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพ โดยได้กราบบังคมทูลในหลวงเสด็จมาเป็นประธานในพิธี ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธสิหิงค์ อันศักดิ์สิทธิ์ ด้านหลังมีตราพระนามาภิไธย ย่อ ภปร. ด้านหลังมีตอกโค๊ต “ ภปร “ อันเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ

    พิธีในการจัดสร้างมีดังนี้
    -ครั้งที่ 1 วันที่ 1 มีนาคม 2537 พิธีแผ่เมตตาจิตแผ่นยันต์ ตะกรุดและทองชนวนต่างๆ อธิฐานจิตโดยพระคณาจารย์สายกรรมฐานวัดป่าทั่วประเทศ
    -ครั้งที่ 2 วันที่ 31 พฤษภาม 2517 พิธีเททองหล่อพระพุทธรูป โดยสมเด็จพระบรมฯ เสด็จแทนพระองค์ โดยได้รวบรวมแผ่นยันต์จากคณาจารย์ต่างๆ ทั่วประเทศเพิ่มเติม
    -ครั้งที่ 3 วันที่ 29 มิถุนายน 2537 พิธีพุทธาภิเษก โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่าย สมเด็จพระสังฆราช ทรงจุดเทียนชัย

    และพระคณาจารย์สายกรรมฐานวัดป่าและพระเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศนั่งปรกปลุกเสก และหลวงพ่ออุตตมะดับเทียนชัย

    **************************************

    พิธีแผ่เมตตาจิตในเหรียญพระพุทธสิหิงค์ ภปร. และทองชนวนพระกริ่ง วันที่ 15 มีนาคม 2537 แบบชุมนุมพระกรรมฐานทั่วประเทศในยุคนั้น

    จังหวัดกรุงเทพมหานคร
    -หลวงปู่หลอด วัดสิริกมลวาส
    -พระครูอุดมสังวรคุณ วัดบรมนิวาส
    -พระอาจารย์ประทีป วัดเชิงเลน

    จังหวัดกาญจนบุรี
    -พระอาจารย์สาคร วัดเวฬุวัน

    จังหวัดกาฬสินธุ์
    -พระอาจารย์พรหมมี วัดป่าสามัคคีธรรม

    จังหวัดเชียงใหม่
    -พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก จ.เชียงใหม่
    -พระอาจารย์หนู วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่
    -หลวงพ่อทองอินทร์ วัดสันติธรรม จ.เชียงใหม่
    -พระอาจารย์เจริญ สำนักสงฆ์ถ้ำปากเพียง จ.เชียงใหม่
    -พระกฤษดา วัดโรงธรรมสามัคคี

    จังหวัดเชียงราย
    -พระอาจารย์วิชัย วัดถ้ำผาจม จ.เชียงราย
    -พระอาจารย์เพ็ง วัดเทิงเสาหิน จ.ลำปาง
    -หลวงปู่แว่น วัดถ้ำพระสบาย จ.ลำปาง
    -หลวงปู่หลวง วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง

    จังหวัดหนองคาย
    -หลวงปู่เหรียญ วัดอรัญญบรรพต
    -หลวงปู่บุญหนา วัดถ้ำพระภูวัว
    -พระอาจารย์อุทัย วัดถ้ำพระภูวัว
    -พระอาจารย์คำ วัดถ้ำบูชา (ภูวัว)
    -พระอาจารย์วงศ์ วัดป่าคำพระองค์
    -พระอาจารย์บุญเลิศ วัดอรัญญวาสี
    -พระอาจารย์แยง วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก)
    -พระอาจารย์ฉลวย วัดป่าชิตานุสรณ์
    -พระอาจารย์โกวิญ วัดภูทอกใหญ่

    จังหวัดอุดรธานี
    -หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
    -หลวงปู่ศรีจันทร์ วัดโพธิสมภรณ์
    -หลวงปู่อ่อนสา วัดประชาชุมพลพัฒนาราม
    -หลวงปู่จันทร์โสม วัดป่าจันทรรังสี
    -หลวงปู่คำพอง วัดถ้ำกกดู่
    -พระอาจารย์จันทรา วัดป่าโนนสอาด
    -พระอาจารย์สม วัดป่าไม้งาม
    -หลวงพ่อทูล วัดป่าบ้านค้อ
    -พระอาจารย์คูณ วัดป่าภูทอง
    -พระอาจารย์เสน วัดป่าหนองแซง
    -พระอาจารย์ไมย์ วัดป่าหนองช้างคาว
    -พระอาจารย์สมหมาย วัดป่าโนนม่วง

    จังหวัดเลย
    -หลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน
    -พระอาจารย์สีทน วัดถ้ำผาปู่
    -พระอาจารย์เผย วัดถ้ำผาปู่
    -พระอาจารย์ขันตี วัดป่าห้วยเดื่อ
    -พระอาจารย์ดาด วัดป่าสัมมานุสรณ์
    -พระอาจารย์สำลี วัดถ้ำคูหาวารี
    -พระอาจารย์มนตรี (หลั่ง) วัดถ้ำผาบิ้ง

    จังหวัดสกลนคร
    -พระอาจารย์คำดี วัดป่าภูธรพิทักษ์
    -พระอาจารย์ประสาน วัดคามวาสี
    -พระอาจารย์สมัย วัดโนนแสงทอง
    -พระอาจารย์คำบ่อ วัดใหม่บ้านตาด
    -พระอาจารย์แปลง วัดป่าอุดมสมพร
    -พระครูวิทิตคุณาภรณ์ (เกิ่ง วิทิโต) วัดสามัคีบำเพ็ญบุญ
    -หลวงปู่เคี่ยม วัดถ้ำขาม
    -พระครูชินวัฒน์คุณาภรณ์ (ปิ่น) วัดพุฒาราม
    -หลวงปู่อุ่น วัดป่าแก้วชุมพล
    -พระอาจารย์ก้าน วัดถ้ำเป็ด
    -พระอาจารย์หลอ วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม
    -พระอาจารย์สุธรรม วัดป่าหนองไผ่
    -พระอาจารย์พัลลภ วัดคำประมง

    จังหวัดพิษณุโลก
    -พระอาจารย์สมบูรณ์ วัดป่าสมบูรณ์ธรรม

    จังหวัดเพชรบูรณ์
    -พระอาจารย์จิรวัฒน์ วัดป่าไชยชุมพล

    จังหวัดหนองบัวลำภู
    -หลวงพ่อบุญเพ็ง วัดถ้ำกลองเพล

    จังหวัดขอนแก่น
    -หลวงปู่บุญเพ็ง วัดป่าวิเวกธรรม

    จังหวัดพิจิตร
    -หลวงปู่จันทรา วัดป่าเขาน้อย
    -หลวงปู่อ่ำ วัดป่าเขาน้อย

    จังหวัดพะเยา
    -พระอาจารย์ทองสุก วัดอนาลโย
    -พระอาจารย์ไพบูลย์ วัดอนาลโย

    จังหวัดมุกดาหาร
    -พระอาจารย์อุทัย วัดถ้ำพระผาป่อง (ขัวสูง)

    จังหวัดสมุทรปราการ
    -พระอาจารย์ทอง วัดอโศการาม
    -พระอาจารย์เริ่มชัย วัดอโศการาม

    จังหวัดนครราชสีมา
    -พระอาจารย์สมาน วัดป่าศรัทธาราม

    จังหวัดพัทลุง
    -หลวงปู่เปลื้อง วัดบางแก้วผดุงธรรม

    จังหวัดภูเก็ต
    -พระโสภณคุณาธร (หลวงปู่มหาเนียม) วัดเจริญสมณกิจ

    **************************************

    พิธีมหาพุทธาภิเษก วันที่ 29 มิถุนายน 2537 พระคณาจารย์ทุกสายจากทั่วประเทศ

    จังหวัดกรุงเทพมหานคร
    -พระเทพวัชรธรรมาภร (หลวงพ่อสุรพงษ์) วัดตรีทศเทพ
    -พระปริยัติมุนี (หลวงพ่อชูศักดิ์) วัดหงส์รัตนาราม
    -พระญาณสมโพธิ (หลวงพ่อขวัญ) วัดอรุณฯ
    -พระครูปริยัติคุณาธาร (หลวงพ่ออัมพร) วัดชนะสงคราม
    -พระราชวัฒนาพระ (หลวงพ่อฟู) วัดเวฬุราชิณ
    -พระราชปริยัติวิธาน (หลวงปู่บุศย์) วัดดาวดึงษาราม
    -พระครูพิศาลพัฒนาพิธาน (หลวงพ่อสมชาย) วัดปริวาศ
    -พระสมุห์วีระ วัดอัปสรสวรรค์

    จังหวัดชลบุรี
    -หลวงปู่เหล็ง วัดโคกเพาะ
    -หลวงพ่อพูลทรัพย์ วัดอ่างศิลา

    จังหวัดอยุธยา
    -หลวงปู่สาย วัดขนอนใต้
    -หลวงพ่อมี วักมารวิชัย
    -หลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิ์กบเจา
    -หลวงปู่ทิม วัดพระขาว
    -หลวงพ่อหวล วัดพุทไธสวรรย์
    -หลวงพ่อเฉลิม วัดพระญาติ
    -หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม

    จังหวัดสิงห์บุรี
    -พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัญ) วัดอัมพวัน

    จังหวัดอ่างทอง
    -หลวงปู่มหาทองใบ วัดอบทม

    จังหวัดชัยนาท
    -หลวงพ่อผล วัดดักคะนน

    จังหวัดสมุทรสงคราม
    -หลวงพ่อหยด วัดแก้วเจริญ
    -หลวงพ่อเก๋ วัดแม่น้ำ

    จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
    -หลวงพ่อเกตุ วัดเกาะหลัก

    จังหวัดปทุมธานี
    -หลวงพ่อทองใบ วัดสายไหม

    จังหวัดนนทบุรี
    -หลวงพ่อประสิทธิ์ วัดไทรน้อย

    จังหวัดฉะเชิงเทรา
    -หลวงพ่อจาง วัดนครเนื่องเขต
    -พระอธิการสมชาย วัดโพรงอากาศ

    จังหวัดนครปฐม
    -หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ
    -พระครูสมุห์อวยพร วัดดอนยายหอม

    จังหวัดราชบุรี
    -หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหม้อ

    จังหวัดสุพรรณบุรี
    -หลวงพ่อดี วัดพระรูป
    -หลวงพ่อฮวด วัดดอนโพธิ์ทอง
    -หลวงปู่สวิง วัดเสาธงทอง

    จังหวัดกาญจนบุรี
    -หลวงพ่ออุตมะ วัดวังก์วิเวการาม
    -หลวงปู่ผล สำนักสงฆ์เขารักษ์

    จังหวัดนครพนม
    -หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย

    จังหวัดร้อยเอ็ด
    -หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง

    จังหวัดอุบลราชธานี
    -หลวงปู่พรหมา สำนักสงฆ์สวนหินผานางลอย

    จังหวัดนครศรีธรรมราช
    -หลวงปู่แก้ว วัดเขาปูน
    -หลวงปู่เนื่อง

    จังหวัดเลย
    -หลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน

    จังหวัดหนองคาย
    -หลวงปู่เหรียญ วัดอรัญญบรรพต
    -พระอาจารย์อุทัย วัดถ้ำพระภูวัว

    จังหวัดอุดรธานี
    -หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด
    -หลวงปู่จันโสม วัดป่าจันทรังสี
    -หลวงปู่ลี วัดภูผาแดง
    -หลวงปู่คำพอง วัดถ้ำกกดู่
    -หลวงปู่เพียร วัดป่าหนองกอง
    -พระอาจารย์บุญมี วัดป่านากูล
    -พระอาจารย์อินทร์

    จังหวัดสกลนคร
    -หลวงปู่อุ่นหล้า วัดป่าแก้วชุมพล

    จังหวัดหนองบัวลำพู
    -หลวงพ่อบุญเพ็ง วัดถ้ำกลองเพล

    จังหวัดนครราชสีมา
    -หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน

    จังหวัดพิจิตร
    -หลวงปู่จันทรา วัดป่าเขาน้อย

    จังหวัดลำปาง
    -หลวงปู่หลวง วัดป่าสำราญนิวาส

    จังหวัดเชียงใหม่
    -พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260119_004721.jpg IMG_20260119_005126.jpg
     
  9. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    เหรียญ ร .๔ ครบรอบ ๑๐๐ ปี วัดราชประดิษฐ์ ปี ๒๕๐๗ พิมพ์เล็ก เนื้ออัลปาก้า
    วิธีปลุกเสก สมเด็จพระสังฆราชอยู่
    หลวงปู่ทิม วัดช้างให้
    หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
    หลวงปู่เฮี้ยง วัดป่า
    หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่ง 30 บาทครับ

    IMG_20260119_011957.jpg IMG_20260119_012019.jpg
     
  10. danaitorn

    danaitorn Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2015
    โพสต์:
    332
    ค่าพลัง:
    +261
    ขอบูชาเหรียญพระแก้วมรกต
     
  11. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    รับทราบครับขอบคุณครับ
     
  12. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    265_192.jpg 1768827374943.jpg 1768827381882.jpg


    พระผงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) หลังพระพรหม ญสส. วัดบวรนิเวศวิหาร ปี ๒๕๓๖

    สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงอธิฏฐานจิต ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร 8 สิหาคม ปี 2536

    เนื่องด้วย สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นพระมหาเถระที่ทรงคุณวิเศษมีเมตตานุภาพบุญญานุภาพ ทรงคุณธรรมเปี่ยมด้วยบารมีมากที่สุดแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน เจ้าพระคุณสมเด็จพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) จึงยังคงเป็นที่รักเป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชนชาวไทย และชาวต่างประเทศ ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วนี้ คณะกรรมการและโดยอุปถัมภ์ของสภากาชาดไทย ด้วยความร่วมมือจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด จึงได้จัดสร้างรูปเหมือนและเหรียญของ สมเด็จพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) ขึ้นสำหรับให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ไว้สักการะบูชา และได้ขอพระประทานอนุญาต สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เพื่ออัญเชิญพระนามย่อ ญสส. ประดิษฐานที่วัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้นครับ

    รายการพระที่จัดสร้าง
    รายการ จำนวน
    1. รูปหล่อ หน้าตัก 5 นิ้ว เนื้อเงิน 380 องค์
    2. รูปหล่อ หน้าตัก 5 นิ้ว เนื้อสัมฤทธิ์ 1880 องค์
    3.รูปหล่อ หน้าตัก 5 นิ้ว เนื้อทองเหลืองรมดำ 8880 องค์
    4. เหรียญเนื้อทองคำ (หนัก 25 กรัม) 980 เหรียญ
    5. เหรียญเนื้อเงิน 8880 เหรียญ
    6. เหรียญเนื้อทองแดง ( ทองแดงนอก) 88880 เหรียญ
    7. พิมพ์เนื้อผงรูปเหมือน 888880 องค์

    กำหนดพิธีเททอง
    ณ บริเวณหน้าพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร
    วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ. ศ. 2536 เวลา 15.19 น.
    กำหนดพิธีมังคลาภิเษก
    ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศ กรุงเทพฯ

    "สังฆราชเรียกฝนดับไฟ"
    เมื่อประมาณปลายปีพ.ศ. 2534 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ที่ชุมชนตรอกบวรรังษี หลังวัดบวรนิเวศวิหารในตอนกลางดึกประมาณตี 1 ต้นเหตุเกิดจากบ้านของแขกขายถั่วซึ่งติดอยู่กับตึกสว.ธรรมนิเวศที่เตรียมทอดถั่วสำหรับขายในวันต่อไป ไฟได้ลุกลามแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆอย่างใหญ่โตมโหฬารไม่อาจยับยั้งได้ อีกทั้งถนนเข้าชุมชนนั้นก็คับแคบมาก และมีสิ่งกีดขวางมากมาย ยากที่รถดับเพลิงจะเข้าไปทำการสกัดไฟใดๆได้

    “ไฟไหม้รึ..??”

    ครั้นแล้ว เจ้าพระคุณสมเด็จฯก็ทรงครองจีวรเสด็จลงจากพระตำหนัก ตอนนั้น พระสัทธิวิหาริกต้องการนำเสด็จไปที่ศาลา 150 ปีอันตั้งอยู่กลางวัด ซึ่งน่าจะเป็นที่น่าจะปลอดภัยกว่า

    เมื่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชเสด็จขึ้นถึงชั้นที่ 5 ของตึกสว.ธรรมนิเวศ ก็มีรับสั่งให้ศิษย์เปิดหน้าต่างออก ทำให้แลเห็นพระเพลิงกำลังโชนไหม้ชุมชนแออัดอย่างรุนแรง เสียงไฟที่กำลังโหมกระหน่ำ เสียงผู้คนที่ขนของหนีไฟเอาชีวิตรอดดังอึงคะนึงสับสนอลหม่านระงมไปหมด เป็นที่น่าหวาดหวั่นปนน่าสังเวชเวทนาเป็นที่ยิ่ง

    เมื่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชทรงทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้น ก็ทรงมองตรงไปยังเบื้องหน้า แล้วก็ทรงมองขึ้นไปยังฟ้าเบื้องบน ก่อนที่จะยกพระหัตถ์ขึ้นโบก 3 ครั้ง

    และแล้ว สิ่งที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่งที่สุด ก็พลันบังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของทุกผู้คนในฉับพลัน

    พริบตาเดียว ก็ปรากฏมหาเมฆก้อนใหญ่ลอยเหนือบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ในทันใด ลมที่กำลังกรรโชกแรงที่ทำให้ไฟไหม้แผ่ขยายรุนแรงยิ่งขึ้นก็หยุดกึกราวกับปิดสวิทซ์ แม้กระทั่งใบไม้ก็ไม่ไหวกระดิก

    และในบัดดลนั้น ก็เกิดฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก หนักเสียจนไม่มีทีท่าวี่แววว่าจะหยุดได้ง่ายๆ ทำให้เพลิงไหม้มหาวินาศนั้นค่อยๆบรรเทาความร้อนแรงลงจนมอดดับไปต่อหน้าต่อตาอย่างน่าตื่นตะลึงเป็นที่สุด..!!!!!!!!

    เหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นตอนปลายเดือนธันวาคม ซึ่งเป็น”ฤดูหนาว” ซึ่งตามธรรมดา ฝนได้ขาดช่วงไปตามธรรมชาตินานมากแล้ว....

    เมื่อทอดพระเนตรเห็นฝนตกลงมาดับไฟ บรรเทาทุกขเวทนาแก่สัตว์ผู้ยากได้สมพระประสงค์แล้ว สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชก็เสด็จกลับเข้ามากราบพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ที่ชั้น 5 อยู่พักใหญ่ จากนั้นก็เสด็จลงมายังชั้นล่างของตึกสว.ธรรมนิเวศ

    เรียบเรียงจาก “สมเด็จพระสังฆราช”โดย “กันตสีโลภิกขุ”(Karyl Bilbrey) จากนิตยสาร “น่านฟ้า”และ “เจ้าประคุณ” โดย”บรรณศาลา”จากหนังสือ"รวมเรื่องเล่า สิ่งที่เห็น")

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ชุด ๒ องค์นี้นำมาลงรักปิดทองภายหลัง พร้อม กล่องเดิม

    ให้บูชาชุด ๒ องค์ 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260119_192247.jpg IMG_20260119_192313.jpg IMG_20260119_192335.jpg IMG_20260119_192353.jpg IMG_20260119_193204.jpg
     
  13. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1768829426108.jpg

    ศิษย์หลวงปู่เดินหนอีกรูปหลวงพ่อเบี่ยงวัดทุ่งสมอ

    ●ประวัติ หลวงพ่อเบี่ยง วัดทุ่งเสมอ●

    วัดทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เป็นวัดโบราณแห่งหนึ่ง สร้างโดยชาวบ้านกลุ่มหนึ่งซึ่งมีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ ณ บริเวณบ้านทุ่งสมอในปัจจุบัน ซึ่งได้ปรากฏความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในสมัยของ พระครูวิบูลธรรมประภาส (หลวงพ่อเบี่ยง อุทโย) อดีตเจ้าอาวาสองค์ที่ 7 พระเกจิอาจารย์เรืองนามของอ.พนมทวน

    หลวงพ่อเบี่ยง เกิดในสกุล “ดอกนาค” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พ.ย. 2459 ณ บ้านเลขที่ 2 บ้านห้วยสะพาน ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เป็นบุตรของนายเก๋ นางบาง มีพี่น้องรวม 6 คน ได้รับการศึกษาในโรงเรียนวัดห้วยสะพาน จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เมื่อปีพ.ศ.พ.ศ.2473

    พออายุครบบวชได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดห้วยสะพาน เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2479 โดยมีพระปลัดหรุง วัดทุ่งสมอ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาทางธรรมว่า “อุทโย” ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยจนสอบได้นักธรรมเอกในสำนักเรียนวัดห้วยสะพาน เมื่อปีพ.ศ.2486

    ด้านวิชาไสยเวทพุทธาคม ได้รับการถ่ายทอดจากพระปลัดหรุง อดีตเจ้าอาวาส และตำราต่างๆ ทั้งยังเคยเดินทางไปขอร่ำเรียนวิชาเพิ่มเติมจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองกาญจน์ในอดีตหลายองค์ อาทิ หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ หลวงพ่อดี วัดเหนือ หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม ฯลฯ ที่สำคัญ ได้เดินทางไปศึกษาแนววิชาธรรมกายกับหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ จนมีความเชี่ยวชาญ

    หลวงพ่อเบี่ยงท่านยังเป็นพระผู้มากไปด้วยเมตตาธรรม คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากเสมอ ทำให้บรรดาชาวบ้านตลอดจนพระเณรในวัดเคารพศรัทธาท่านเป็นอย่างมาก พระในวัดทุกรูปท่านจะอบรมให้อยู่ในระเบียบอันสมควรแก่สมณเพศ ส่วนชาวบ้านที่มาทำบุญท่านก็จะคอยอบรมให้ละซึ่งกิเลสและความชั่ว หันมาประพฤติปฏิบัติธรรมสร้างความดีเสมอมา

    สำหรับสหธรรมิกที่สนิทสนมคุ้นเคยกันมากคือ หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม ถึงขนาดเรียกท่านว่า “ไอ้มอญ” ในสมัยก่อนงานปลุกเสกแถบเมืองกาญจน์หรือใกล้เคียง ท่านทั้งสองมักจะได้รับนิมนต์ไปในพิธีคู่กันเสมอ จนเป็นที่รู้กันว่า ถ้าจะเอาดีทางคงกระพันต้องหลวงพ่ออุตตมะ แต่ถ้าจะเอาทางเมตตา ต้องไปหาหลวงพ่อเบี่ยง

    ในด้านวัตถุมงคลที่ท่านสร้างไว้สมัยยังมีชีวิตอยู่นั้น มีด้วยกันมากมายหลายแบบ ที่นิยมมากได้แก่ เหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงพ่อในโบสถ์ (หลวงพ่อเทพมงคล) ซึ่งเป็นพระประธานในโบสถ์วัดทุ่งสมอศักดิ์สิทธิ์ จัดสร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมหูในตัว เล่ากันว่า ผู้นำไปสักการะบูชาแล้วเกิดประสบการณ์อภินิหารทางด้านแคล้วคลาด เช่น อุบัติเหตุรถคว่ำไม่เป็นอะไร

    เคยมีผู้นำไปให้ลูกหลานห้อยคอบูชา แล้วอธิษฐานขอให้รอดจากการถูกเกณฑ์ทหาร ซึ่งส่วนใหญ่มักจะบนท่านด้วย “ภาพยนตร์” หรือเรียกง่ายว่า “บนหนัง” แล้วจับได้ใบดำกันแทบทั้งนั้น อีกอย่างหนึ่งซึ่งสร้างชื่อเสียงให้ท่านมาก ก็คือ“สีผึ้ง” มีพุทธคุณเยี่ยมทางเมตตามหานิยม และเจรจาค้าขาย

    พระครูวิบูลย์ธรรมประภาส พระเถระรัตตันญู
    อดีตเจ้าคณะอำเภอพนมทวน สหธรรมมิกของหลวงพ่ออุตตมะ ท่านมีศีลาจารวัตรงดงามในสมณเพศ อุปสมบทในสำนักวัดทุ่งสมอ ในสมัยพระปลัดหรุง เป็นเจ้าอาวาส และได้ศึกษาสิกขาบท และอักษรสมัย ตลอดถึงกรรมฐานอันมีอารมณ์ต่างจนชำนาญ เป็นที่พึางของชาวบ้านได้

    ประมาณปี2505 มีฆาราวาสขมังเวทไปข้อบวชที่วัดท่าน และต่อมาได้ช่วยท่านสร้างวัตถุมงคลต่างๆ มีอานุภาพทางด้านเมตตาและอำนวยพร
    มีพระท่ากระดาน รูปหล่อลอยองค์อิเกสาโร
    เหรียญประประธานอุดกริ่งทองแดง และเครื่องรางต่างๆ ท่านได้แจกจายให้ผู้ที่ศรัทธานำไปบูชา ต่างมีประสพการณ์ และอภินิหาริย์เป็นที่ปรากฏ จนถึงปัจจุบัน

    นอกจากนี้ ยังมีรูปหล่อโบราณ รูปเหมือนปั๊ม พระปิดตาเนื้อผงขาวผสมผงอิทธิเจที่ท่านลบเอง เยี่ยมทางด้านเมตตา พระผง รูปเหมือนจันทร์ลอย ผ้ายันต์มหามงคล เหรียญหลวงปู่อิเกโร ด้านหลังรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จำพวกเครื่องรางที่ได้รับความนิยมได้แก่ ตะกรุดโทนมี 2 รุ่น คือแบบคาดเอว ยาวประมาณ 5 นิ้ว และแบบห้อยคอ ยาวประมาณ 3 นิ้ว
    บั้นปลายชีวิต เนื่องจากท่านได้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและพระพุทธศาสนามายาวนาน ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน สุขภาพร่างกายจึงไม่แข็งแรง อีกทั้งมีอายุมากก็ยังตรากตรำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่ท่านก็ไม่ย่อท้อ ยิ่งทำให้สังขารร่วงโรย กระนั้นก็ยังคงปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัดจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต และมรณภาพลงด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2543 รวมสิริอายุได้ 84 ปี 5 เดือน พรรษาที่ 64 ได้รับพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 3 มี.ค. 2544 ณ เมรุวัดทุ่งสมอ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญรุ่น ๑ หลวงพ่อเบี่ยงวัดทุ่งสมอ กาญจนบุรี ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่เดินหนอีกรูป

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20260119_202722.jpg IMG_20260119_202746.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 มกราคม 2026 at 21:34
  14. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1768832397933.jpg

    เหรียญรุ่นนี้มีคนเคยโดนปืน...ขนาด 11 มม. ยิงจนหงายท้องครับ แต่ขอโทษทีครับไม่เข้าครับ......

    "หลวงพ่อสุด วัดกาหลง" เคยชม "หลวงพ่อรักษ์ วัดน้อยแสงจันทร์" ว่า...

    "ท่านรักษ์เก่งญาณ
    มีญาณแก่กล้าอย่างยิ่ง
    ญาณของท่านรักษ์
    แก่กล้ายิ่งกว่าฉันเสียอีก"

    "แม้แต่ หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี ยังยอมยกย่อง เรื่องด้าน เมตตาโชคลาภ หนุนดวงต้องท่านรักษ์ วัดน้อยแสงจันทร์

    หลวงพ่อรักษ์ วัดน้อยแสงจันทร์ ด้านหลังเป็นรูปโยมแม่ตัวท่าน สมุทรสงคราม ปี ๒๕๑๔ เหรียญรุ่นนี้ พุทธคุณสุดยอดทางอยู่ยง คงกะพัน เหนียวสุดๆ หลวงพ่อรักษ์ วัดน้อยแสงจันทร์ท่านนี้ คนแม่กลองนับถือกันมากๆ เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณท่าน พระเกจิย่านแม่กลองและมหาชัย ถ้าไม่เก่งจริง คงไม่มีใครเขานับถือกันหรอกครับ ท่านเป็นพระยุคเดียวกับหลวงพ่อสุด วัดกาหลง แต่คนละจังหวัด เอาเป็นว่าจะหาพระที่หวังพึ่งพระพุทธคุณจริงๆ เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อรักษ์ แห่งวัดน้อยแสงจันทร์เหรียญนี้ ใส่แล้วไม่ต้องห่วง นานๆจะมีซักเหรียญครับ เหรียญหลวงพ่อรักษ์ วัดน้อยแสงจันทร์ยุคแรกๆ มักมีรูปโยมพ่อ โยมแม่ หรือคนที่ท่านนับถือ หรือพระอุปัชชาย์อยู่ในเหรียญเสมอ เพราะท่านเป็นพระที่มีความกตัญญูสูงมากครับ พระแบบนี้เสกของได้ขลังเชียวนัก เหรียญรุ่นนี้มีคนเคยโดนปืนขนาด 11 มม. ยิงจนหงายท้องครับ แต่ขอโทษทีครับไม่เข้าครับ อย่าสับสนครับวงการเล่นหา เหรียญ ปี ๒๕๐๖ ด้านหลังเป็นพระพุทธชินราช เนื้ออัลปาก้า เป็นเหรียญรุ่นแรก เนื่องจากด้านหน้าเป็นหลวงพ่อรักษ์ ก็ไม่ผิดเช่นกันอีก
    ประวัติหลวงพ่อรักษ์ วัดน้อยแสงจันทร์ เถราจารย์สังขารอมตะแห่งเมืองสมุทรสงคราม
    พระครูสุธรรมธาดา หรือหลวงพ่อรักษ์ ฐิตธรรมโม อดีตเจ้าอาวาสวัดน้อยแสงจันทร์ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ขอแนะนำเหรียญดังที่ปลุกเสกเดี่ยวโดยเกจิอาจารย์ผู้ถูกจัดลำดับหนึ่งในร้อย แปดเกจิขลังเมื่อครั้ง ๔๐-๕๐ ปีที่แล้ว ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๔ ของวัดน้อยแสงจันทร์ ซึ่งถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ ๕ (พ.ศ.๒๔๔๔) ในครั้งนั้นได้มีคหบดี ๔ ราย บริจาคที่ให้สร้างวัด คือ นายน้อย นางแสง นายจันทร์ และนายเหม็น วัดนี้จึงได้รับการตั้งชื่อตามผู้บริจาคที่ดิน เพียงแต่รายที่ ๔ ซึ่งมีนามว่านายเหม็นนั้น เจ้าตัวเห็นว่าชื่ออาจจะไม่เป็นมงคลนัก จึงให้ใช้ชื่อเพียง ๓ รายว่า “น้อยแสงจันทร์” เป็นชื่อวัด
    คนแม่กลองนับถือหลวงพ่อรักษ์ วัดน้อยแสงจันทร์กันมากๆ เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณท่าน พระเกจิย่านแม่กลองและมหาชัย ถ้าไม่เก่งจริง คงไม่มีใครเขานับถือกันหรอกครับ ท่านเป็นพระยุคเดียวกับหลวงพ่อสุด วัดกาหลง แต่คนละจังหวัด เอาเป็นว่าจะหาพระที่หวังพึ่งพระพุทธคุณจริงๆ เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อรักษ์ แห่งวัดน้อยแสงจันทร์เหรียญนี้ ใส่แล้วไม่ต้องห่วง นานๆจะมีซักเหรียญครับ เหรียญหลวงพ่อรักษ์ วัดน้อยแสงจันทร์ยุคแรกๆ มักมีรูปโยมพ่อ โยมแม่ หรือคนที่ท่านนับถือ หรือพระอุปัชชาย์อยู่ในเหรียญเสมอ เพราะท่านเป็นพระที่มีความกตัญญูสูงมากครับ
    ครูบาอาจารย์ที่ถือเป็นองค์หลักของท่านเลย คือ หลวงพ่อช้าง วัดเขียนเขต ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แต่จะได้เรียนกับหลวงพ่อเปลื้องด้วยหรือไม่นั้นไม่มีหลักฐานยืนยัน นอกจากนี้ท่านยังได้ชื่อว่ามีความกตัญญูเป็นเลิศ เลี้ยงดูบิดามารดาจนสิ้นอายุขัย ที่วัดศิษย์สายหลวงพ่อคง ท่านก็ว่าหลวงพ่อรักษ์ เก่งเอาการ วัตถุมงคลของท่านมีประสบการณ์เรื่องป้องกันภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์สูงมาก ประเภทรถคว่ำพังยับแต่คนที่แขวนพระของท่านไม่เป็นอะไร ที่ว่าประสบการณ์ด้านนี้มีเยอะก็เพราะว่าแถบแม่กลองจะมีการขนส่งผลไม้ ของทะเล ฯลฯ
    หลวงพ่อรักษ์ท่านมีสมณศักดิ์ที่พระครูสุธรรมธาดา ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ทำการบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรทั้งใกล้ไกลนับไม่ถ้วน เป็นที่เคารพรักเทิดทูนบูชาของลูกศิษย์โดยเฉพาะชาวจังหวัดสมุทรสงครามและ จังหวัดใกล้เคียง รวมไปถึงจังหวัดปทุมธานี ที่องค์อาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทพระเวทย์วิทยาคมให้แก่หลวงพ่อรักษ์ คือ หลวงพ่อช้างวัดเขียนเขต หลังจากได้รับการประสิทธิ์ประสาทวิชาจากหลวงพ่อช้างอย่างหมดสิ้น ปี ๒๔๙๔ ท่านก็ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดน้อยแสงจันทร์ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม และท่ายังได้ศึกษาพระเวทย์อาคมกับท่านพ่อบัณฑูรย์สิงห์ ฆารวาสผู้กระเดื่องนามที่มีเกจิอาจารย์ยุคเก่าเป็นลูกศิษย์ของท่านมากมาย
    หลวงพ่อรักษ์แห่งวัดน้อยแสงจันทร์องค์นี้จัดเป็นเกจิขลังอาจารย์ดังผู้มี “ดี” อย่างแท้จริง ท่านจะปลุกเสกวัตถุมงคลทุกรุ่นด้วยตัวท่านเองเพียงลำพัง ไม่มีการจัดพิธีพุทธาภิเษกแต่อย่างใด แม้ท่านจะจากไปในปี ๒๕๓๘ ด้วยวัย ๘๖ ปี แต่ลูกศิษย์ลูกหาของท่านยังเหนียวแน่น ในจำนวนวัตถุมงคลของท่านหลายรุ่นหลายแบบทั้งเนื้อผง รูปหล่อ และเหรียญ หลายรุ่นหลายวาระ ตั้งแต่เหรียญรุ่นแรก ปี ๒๕๐๖ ด้านหลังเป็นพระพุทธชินราชเนื้ออัลปาก้า อันเป็นที่นิยมและแสวงหาด้วยสูงประสบการณ์อย่างครบถ้วนทั้งแคล้วคลาดคง กระพัน
    หลวงพ่อรักษ์ท่านเป็นบุตรผู้มีกตัญญูกตเวทิตาต่อบุพการีอย่างยิ่ง โยมพ่อโยมแม่ของท่านจึงได้รับการปั้นรูปเอาไว้ในที่บูชาและอัญเชิญประดับ หลังเหรียญของท่านเพื่อเป็นมงคลแก่ผู้บูชา เหรียญทุกรุ่นของท่านมีประสบการณ์อย่างเล่าขานกันไม่รู้จบ ไม่เพียงแคล้วคลาดคงกระพันที่เชื่อขนมกินได้ตามสำนวนโบราณที่เล่าขานกันมา ว่าทั้งเหนียวและแคล้วคลาดแบบแมลงวันไม่ได้กินเลือด จึงจัดเป็นเหรียญดีเหรียญเด่นเหรียญเก่าที่มีค่านิยมและยังพอแสวงหากันได้
    อมตะสังขารหลวงพ่อรักษ์
    หลวงพ่อรักษ์ ฐิตธมฺโม เป็นบุตรของปู่ยิ้ม ย่าเหม (มีรูปปั้นอยู่บนกุฏิขลังมากมีคนบนบานสำเร็จมามากรายแล้ว) เกิดที่คลองบางตะบูน เดือนเจ็ด วันพุธ ปีจอ ในวัยเด็กเป็นเด็กวัดอยู่วัดสวนแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ภายหลังย้ายมาอยู่ใกล้วัดน้อยแสงจันทร์ เคยตามอาไปอยู่ที่ปทุมธานีใกล้วัดเทียนถวาย แล้วย้ายไปที่ อ.ธัญบุรี เรียนหนังสืออยู่ที่นั่นจนอายุครบอุปสมบทวันที่ ๒๒ ก.ค.๒๔๗๔ มีพระครูธีญญเขตรเขมากรเป็นพระอุปัชฌาย์
    ต่อมาพระประทุมวรนายกเมตตาส่งให้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดพวงแก้ว ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ที่วัดนี้ท่านสอบได้นักธรรมโท และไปต่อนักธรรมเอกที่วัดเขียนเขต (เชียงเขต) โดยท่านสอบได้คะแนนดีกว่ารูปอื่นๆ
    ท่านเรียนกรรมฐานกับหลวงพ่อช้างที่วัดเขียนเขต และเรียนกรรมฐานเพิ่มเติมจากท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ (เจิม คุณาบุตร)ที่วัดเกตมวดีศรีวราราม ต.บางโทรัด อ.สมุทรสาครเมื่อท่านกลับมาอยู่ที่วัดน้อยแสงจันทร์เพื่อโปรดโยมมารดาที่ ชราภาพ ในขณะนั้นหลวงพ่อพูนเป็นเจ้าอาวาสอยู่ เมื่อหลวงพ่อพูนมรณภาพท่านก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสต่อ เพราะท่านมีคุณสมบัติเหมาะสมด้วยอายุพรรษากาล
    ในสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นท่านจะเน้นงานเผยแผ่พุทธศาสนาอย่างยิ่ง มีการฝึกอบรมพระภิกษุสามฌรรทุกกึ่งเดือน ทำวัตรเช้า-เย็น รวมทั้งมีการอบรมศีลธรรมแก่เด็กวัด และนักเรียนโรงเรียนของรัฐ ประชาชนตามหลักเบญจศีลเบญจธรรม พ.ศ.๒๕๑๖ ท่านได้ช่วยสอนประชาชนในจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียงให้รู้จัก "หลักการนั่งกรรมฐาน" หลวงพ่อรักษ์ ฐิตธมฺโม เป็นพระนักพัฒนาและมีความรู้ทางด้านเวทวิทยาอาคม อีกทั้งปฏิบัติดีปฏิบัติชอบพร้อมด้วยศีลจริยาวัตร ผู้คนเลื่อมใสศรัทธาควรแก่การกราบไหว้เป็นอย่างยิ่ง สังขารของหลวงพ่อไม่เน่าเปื่อยครับ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญหลวงพ่อรักษ์โยมมารดารุ่นประสบการณ์ปี๒๕๑๔

    ให้บูชา 220 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    (ปิดรายการ)

    IMG_20260119_211303.jpg IMG_20260119_211330.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 มกราคม 2026 at 21:55
  15. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,435
    ค่าพลัง:
    +7,588
    ขอจองครับ
     
  16. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    13,992
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1768835157793.jpg


    สมเด็จแก้วสุทธิ รุ่นแรก พิมพ์เล็ก หลวงปู่แก้ว วัดช่องลม กล่องเดิมจากวัด
    พระผงสมเด็จหลวงปู่แก้ว (แก้วสุทธิ) รุ่นแรก พิมพ์เล็ก ขนาดใหญ่กว่าสมเด็จวัดปากน้ำนิดหน่อย สร้างขึ้นปี 2515 ออกในงานปิดทองพระพุทธบาทจำลองของวัดช่องลม เมื่อ 15 ม.ค. 2515 ปลุกเสกหนึ่งไตรมาสเหมือนสมเด็จรุ่นแรก พิพม์ใหญ่ ปี 2513 แก่ผงเกสรดอกไม้ ผงอิทธิเจปัถมัง เป็นต้น พระสมเด็จพิมพ์เล็ก รุ่นแรก ออกเพียงครั้งเดียวไม่มีเสริม บล็อกแม่พิมพ์ได้ถูกบรรจุไว้ในกรุด้านหน้าและหลังของอุโบสถ พระพุทธคุณของพระสมเด็จหลวงปู่แก้ว พิมพ์เล็ก มีผู้นำไปบูชาบอกต่อๆกันว่า สามารถบูชาแทนสมเด็จวัดปากน้ำได้ มีคนบอกว่าเรื่องเมตตา ค้าขายดีมาก

    ประวัติพระเทพสาครมุนี (หลวงปู่แก้ว)
    อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทธิวาตวรารามและอดีตเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร พระเทพสาครมุนี (หลวงปู่แก้ว) ฉายา สุวณฺณโชโต อายุ 79 พรรษา 59 ป.ธ. 6 น.ธ. เอก วัดสุทธิวาตวราราม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง จ.สมุทรสาคร อดีตเคยดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าอาวาสวัดสุทธิวาตวราราม ลำดับที่ 8�สถานะเดิม�เดิมชื่อ แก้ว นามสกุล ธนสุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 25 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2446 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 2 ปีเถาะ เวลา 21.00 น. ณ ที่ตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดพระตะบอง ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นอาณาจักรของประเทศไทย มีบิดาชื่อกัน มารดาชื่อ วงษ์ ที่ ต.กระสัง จ.พระตะบอง

    บรรพชา
    เมื่ออายุได้ 12 ขวบ ก็ได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดจำบกมาศ ต.กระสัง อ.กระสัง จ.พระตะบอง เมื่อวันที่ 1 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2458 ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใกล้บ้านท่านเพื่อศึกษาเล่าเรียนชั้นสามัญ จนท่านได้มีความรู้อ่าน และเขียนภาษาไทย และภาษาขอมได้เป็นอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะภาษาขอมปรากฏว่า ท่านมีความรู้แตกฉานเป็นพิเศษในขณะที่ท่านบวชเป็นสามเณรนั้นท่านได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นอย่างดี

    อุปสมบท
    เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ท่านจึงได้ทำการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดจำบกมาศ โดยมีพระปัญญาสุธรรม ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสเป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์เผือก พรหฺมสโร วัดกระสัง เป็นพระกรรมทวาจาจารย์ และพระอาจารย์เกตุ แห่งวัดชำนิหัตถการกรุงเทพมหานคร เป็นอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2466 เวลา 09.55 น. ณ วัดจำบกมาศ ต.กระสัง อ.กระสัง จ.พระตะบอง

    วิทยฐานะ�1. พ.ศ. 2458 สำเร็จวิชาสามัญศึกษาเทียบเท่า ป.1 โรงเรียนวัดจำบกมาศ ตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดพระตะบอง�2. พ.ศ. 2480 สอบได้นักธรรมเอก สำหนักเรียนวัดมหาพฤฒาราม อ.บางรัก จ.กรุงเทพมหานคร�3. พ.ศ. 2481 สอบได้ ป.ธ. 6 สำนักเรียนวัดมหาพฤฒาราม อ.บางรัก จ.กรุงเทพมหานคร�4. การศึกษาพิเศษ มีความรู้แตกฉานในภาษาขอมเป็นอย่างดี�5. ความชำนาญการ มีความชำนาญในการก่อสร้าง การวางผังอาคาร ทั้งตามแบบสถาปัตยกรรมไทย และแบบประยุกต์ มีความชำนาญในการคำนวณหน้าไม้และวิชาช่างไม้

    งานปกครอง�พ.ศ. 2482 เป็นพระกรรมวาจาจารย์�พ.ศ. 2488 เป็นเจ้าอาวาสวัดคลองตันราษฎร์บำรุง�พ.ศ. 2489 เป็นพระอุปัชฌาย์�พ.ศ. 2495 เป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลม (อารามราษฎร์)�พ.ศ. 2495 เป็นเจ้าคณะจังหวัด
    งานการศึกษา�พ.ศ. 2473 เป็นครูสอนบาลีที่วัดชำนิหัตถการ�พ.ศ. 2477 เป็นครูสอนปริยัติธรรมที่วัดหลักสองราษฎร์บำรุง�พ.ศ. 2478 เป็นครูสอนบาลี และนักธรรมที่วัดใหญ่บ้านบ่อ�พ.ศ. 2488 เป็นเจ้าสำนักเรียนวัดคลองตันราษฎร์บำรุงและเป็นผู้อุปการระโรงเรียนวัดคลองตันราษฏร์บำรุง�พ.ศ. 2495 เป็นเจ้าสำนักเรียน วัดช่องลม และเป็นผู้อุปการะ โรงเรียนเทศบาลวัดช่องลม (เปี่ยมวิทยาคม)�วิธีการส่งเสริมการศึกษา คือ จัดตั้งทุนการศึกษาประจำสำนักเรียน จัดส่งนักเรียนไปศึกษาต่อเพิ่มเติม จัดพิมพ์หลักสูตรทั้งบาลีและนักธรรมใช้ใมนสำนักเรียน หลักสูตรที่แพร่หลาย คือ หลักสูตรย่อนักธรรมตรี
    งานเผยแผ่�พ.ศ. 2489 เป็นองค์ประธานการเผยแผ่จังหวัดสมุทรสาคร�พ.ศ. 2509 เป็นหัวหน้าฝ่ายพระธรรมทูตประจำจังหวัดสมุทรสาคร�พ.ศ. 2520 เป็นประธานหน่วยการอบรมประชาชนจังหวัดสมุทรสาคร�มีกิจกรรมเกี่ยวกับการเผยแผ่คือ จัดพิมพ์หนังสือประวัติวัดสุทธิวาตวราราม, หนังสือคู่มืออุโบสถศีล, คู่มือการอุปสมบท, หนังสือสวดมนต์, หนังสือหลักสูตรย่อ น.ธ. ตรี, ศิลปะในการพัฒนาวัด, โพชฌงค์ 7 ประการ, มงคลสูตร, รวมเรื่องเบ็ดเตล็ด,เลือดแม่,10 วันในอินเดีย, ความเป็นมาของสะพานสาครบุรี�บรรยายธรรมเรื่อง “หญ้าปากคอก” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง กรมประชาสัมพันธ์ บรรยายธรรมอบรมประชาชนในตำบลต่างๆ เป็นประจำ�ร่วมมือกับคณะสงฆ์ และทางราชการในการเผยแพร่ คือ จัดส่งพระธรรมทูตจาริกอบรมศีลธรรมแก่ประชาชน และนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ ทั่วจังหวัด อบรมศีลธรรม แก่ข้าราชการ ครู และนักเรียนในวันสำคัญของโรงเรียน ในวันสำคัญของทางราชการ และในวันขึ้นปีใหม่เสมอมา

    งานสาธารณูปการ�สร้างกุฏิใหม่ทั้งหมด โดยดัดแปลงจากชั้นเดียวเป็นสองชั้น สร้างศาลาการเปรียญ โรงเรียนพระปริยัติธรรม ศาลาบำเพ็ญกุศล โรงครัว สร้างถนน-กำแพงรอบบริเวณวัด สร้างซุ้มประตูหน้าวัด ห้องน้ำ ห้องส้วม ศาลาท่าน้ำ ติดตั้งเสาไฟฟ้า เจาะน้ำบาดาลเพื่อใช้ในวัด สร้างเขื่อนกันน้ำกัดเซาะด้านหน้าและด้านหลังวัด สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ปรับปรุงเสนาสนะที่เห็นว่าไม่เหมาะ โดยพยายามรักษาของเดิมไว้ให้มากที่สุด
    งานบำเพ็ญสาธารณประโยชน์�สร้างสะพานสาครบุรี สร้างถนนเชื่อมต่อระหว่าง ต.ท่าจีน – ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร สร้างสถานีตำรวจภูธรชั่วคราว และโครงการสร้างสถานีอนามัย ต.ท่าฉลอม เป็นผู้อุปถัมภ์ในการปรับปรุงวัดใหญ่บ้านบ่อ เป็นผู้วางแผนผังการก่อสร้าง วัดบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นองค์อุปถัมภ์การจัดตั้งมูลนิธิ โรงเรียนสาครวิทยา เป็นกรรมการอุปถัมภ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของคณะสงฆ์ร่วมนั่งปรกพิธีพุทธาภิเศก เหรียญไพรรีพินาศที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นั่งปรกพิธีพุทธาภิเศกพระพุทธรูปของพุทธมณฑล, นั่งปรกพิธีพุทธาภิเศกเหรียญศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ฯ สมุทรสาคร, นั่งปรกพิธีพุทธาภิเศกสร้างเหรียญ และพระพุทธรูปบูชา ของวัดต่าง ๆ อีกมาก ตลอดจนถึงเป็นประธานในการจุดเทียนชัย และดับเทียนชัย�สร้างรูปเหรียญ, ผ้ายันต์, พระพุทธรูปบูชา, พระสมเด็จผงพิมพ์เล็ก-พิมพ์ใหญ่, พระปิดตามหาลาภให้เป็นสมบัติของวัดสุทธิวาตวราราม เพื่อหารายได้บำรุงวัด สร้างพระสังกัจจายน์มหาลาภ เพื่ออุปถัมภ์การสร้างวัดหงส์อรุณรัศมี ต.ท่าจีน จ.สมุทรสาคร วัตถุมงคลแต่ละชนิดลงเองและปลุกเสกเองแต่ผู้เดียวทั้งสิ้น ซึ่งวัตถุมงคลดังกล่าวนี้ บางอย่างยังมีเหลืออยู่บางอย่างหมดไปแล้วและบางอย่างเพิ่มเริ่มมีขึ้นแต่ละอย่างมีผู้มาขอไปเป็นจำนวนมาก

    ปฏิปทาและความเคารพนับถือของประชาชน�ท่านเป็นผู้สนใจต่อการศึกษาทั้งภาษาไทย ภาษาบาลี และภาษาขอม หมั่นหาความรู้เพิ่มเติมเสมอ ติดตามความเคลื่อนไหวของโลกและบ้านเมืองอยูตลอดเวลา มีความสนใจเป็นพิเศษ ต่อภาษาหนังสือ แต่งหนังสือไว้หลายเล่ม แต่ละเล่มเป็นที่สนใจของผู้อ่านทั้งสิ้น มีความสามารถในการเทศนาสั่งสอน การบรรยายธรรม ตลอดจนการปาฐกถาธรรม บรรยาย และตอบโต้ได้เป็นที่พอใจของผู้ฟัง ท่านเป็นผู้เคร่งครัดต่อระเบียบวินัย จึงวางระเบียบ และกติกาของวัดไว้เคร่งครัดมาก ปกครองให้ความเป็นธรรม แบบบิดาปกครองบุตร จึงเป็นที่เคารพนับถือของศิษยานุศิษย์โดยทั่วไป ตลอดเวลาที่ท่านปกครองวัดสุทธิวาตวราราม (ช่องลม) ท่านได้พัฒนาวัดของท่านเป็นอย่างมากต่อมา กรมศาสนาจึงยกวัดช่องลม ขึ้นเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ดีเด่น อันดับ 1 ของประเทศไทย สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ประทานพัดพัฒนาดีเด่นให้ กรมศาสนาถวายประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติให้ เมื่อ วันที่ 1 มีนาคม 2512 ต่อมาทางเทศบาลเมืองสมุทรสาครได้หล่อรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่วัดเบญจมบพิตร แล้วอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์มาประดิษฐานที่หน้าวัดทำให้บริเวณหน้าวัดเด่นเป็นสง่ายิ่งขึ้น�ในสมัยท่านเป็นเจ้าอาวาสนั้นได้พัฒนาวัด ตลอดจนเสนาสนะอย่างต่อเนื่อง จนมีเจ้าอาวาสวัดต่างๆ เดินทางมาดูตัวอย่างการก่อสร้างที่วัดอยู่เสมอ ๆ จากการพัฒนาวัดดังกล่าว ความทราบถึงพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้าพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสธิราช สยามมงกุฎราชกุมาร และพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา จึงเสด็จพระราชดำเนินทรงทอดพระกฐินต้น เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2508 พระราชทานพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ประดิษฐานที่หน้าบรรณพระอุโบสถ พระราชทานฉัตรขาว 9 ชั้น ตั้งสองข้างพระประธาน และทรงพระราชทานนามของวัดช่องลมให้ใหม่ว่า “วัดสุทธิวาตวราราม”

    ปัจฉิมกาล
    พระเทพสาครมุนี (หลวงปู่แก้ว) ได้อุทิศชีวิตและร่างกายให้กับพระศาสนา และสังคมอย่างไม่หยุดยั้ง ตลอดชีวิตของท่านตั้งแต่บวชจนถึงปี พ.ศ. 2524 หลวงปู่ไม่เคยป่วยมากถึงกับต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเลย นอกจากบางครั้งเป็นไข้หวัด เรียกหมอมาฉีดยา�ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2524 หลวงปู่ได้เดินพลาดบันได เท้าแพลง เดินไม่ได้หลายเดือน ถึงกระนั้นท่านก็ยังทำกิจวัตรของท่านโดยการใช้รถเข็น�ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 หลวงปู่เริ่มป่วยบ่อยครั้งส่วนใหญ่จะเป็นไข้หวัดและอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ และไม่ค่อยมีแรง คณะกรรมการและศิษยานุศิษย์ ต้องการที่จะให้ท่านได้พักผ่อนให้มาก จึงได้นำท่านไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพญาไท กรุงเทพมหานคร เป็นเวลาเกือบเดือน เมื่อท่านหายเป็นปกติแล้วจึงได้นำกลับมาพักผ่อนที่วัดตามเดิม�ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 หลวงปู่ได้เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพญาไทอีกหลายครั้ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นโรคเก่า คืออ่อนเพลีย-วิงเวียนศีรษะ-และไข้หวัด แต่เมื่อได้เข้าพักรักษาตัวไม่นาน ท่านก็หายเป็นปกติทุกครั้ง�จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2526 อาการป่วยของหลวงปู่ก็เริ่มเกิดขึ้นอีกเวลาประมาณ 16.00 น. ศิษย์หลวงปู่ ได้นำเอารถมารับหลวงปู่ ไปยังโรงพยาบาลพญาไทในเย็นของวันนั้น หลวงปู่ต้องเข้าพักรักษาตัวใน ห้อง ไอ.ซี.ยู. เป็นเวลา 1 คืน�วันที่ 6 ก.ย. 26 อาการของหลวงปู่ก็เริ่มดีขึ้นโดยลำดับ ท่านก็บอกหมอ และศิษย์ที่ไปเฝ้าว่า ท่านต้องการกลับวัด หมอขอร้องให้ท่านอยู่อีกสัก 2-3 วัน จึงจะกลับได้�วันที่ 7 ก.ย. 26 อาการของหลวงปู่ก็เริ่มดีขึ้นโดยลำดับ�วันที่ 8 ก.ย. 26 อาการของหลวงปู่ก็นับว่า เกือบจะเป็นปกติแล้ว และตั้งใจว่าจะกลับไปวัดได้ในวันรุ่งขึ้น�จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. พระมหาสมบูรณ์ ปญฺญาวุโธ และคณะที่ไปเยี่ยมหลวงปู่ตั้งแต่ตอนเย็น วันนั้น ต่างพูดคุยกวันในห้องพักนั้นอย่างปกติ โดยคุยกับหลวงปู่บ้าง คุยกันเองบ้าง เพราะดีใจที่หลวงปู่หายดีแล้ว�เวลาประมาณ 24.00 น. หลวงปู่ได้ตื่นขึ้นมาเพื่อเข้าห้องน้ำ พระประจวบก็ได้ประคองให้หลวงปู่เข้าห้องน้ำ เมื่อเสร็จกิจแล้ว ก็กลับมานอนตามปกติ หลวงปู่ก็นอนหลับ�เวลา 3.30 น. หลวงปู่ได้ตื่นขึ้น และเข้าห้องน้ำอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเสร็จแล้วหลวงปู่ก็นั่งอยู่บนเตียงและบอกให้พระประจวบหยิบบุหรี่ใบจากให้ท่านสูบ ท่านก็ถามพระประจวบว่า “เวลาเท่าไรแล้ว” พระประจวบ ตอบว่า จวนตี 4 แล้ว ท่านก็พยักหน้ารับรู้แล้วบอกพระประจวบว่า ให้ถอยออกไปก่อนบอกว่าให้ไปนอนต่อเถอะยังดึกอยู่�จนเวลา 05.00 น. เห็นหลวงปู่นอนหลับ ก็เดินเข้าไปจับดูเหมือนกับท่านกำลังหลับ น้ำเกลือที่ให้ยังหยดอยู่ตามปกติ พระประจวบคิดว่าหลวงปู่นอนหลับจึงไม่รบกวนท่าน สักพักหนึ่งพระประจวบจึงฉุกคิดว่า ปกติหลวงปู่ท่านเป็นคนตื่นง่ายเมื่อถูกตัวท่านแล้วท่านจะต้องรู้ตัวจึงรีบเข้าไปจับดูและเอานิ้วไปแต่ที่จมูกท่าน ปรากฏว่าท่านไม่หายใจเสียแล้ว ด้วยความตกใจ รีบไปเรียกนางพยาบาลมาโดยเร็ว เมื่อนางพยาบาลมาตรวจดู เห็นหลวงปู่ตัวยังอุ่นอยู่ จึงรีบปั้มหัวใจเพื่อช่วยเหลือให้ท่านได้หายใจอีกครั้ง แต่ …สายไปเสียแล้ว หลวงปู่สิ้นใจโดยสงบ ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยแต่มันก็เป็นไปแล้วจริง ๆ … (เหตุการณ์นี้จากการจดบันทึก ของพระประจวบ สุนฺทรญาโณ พระผู้อุปัฏฐากใกล้ชิดจดไว้)�วันที่ 9 ก.ย. 26 หลวงปู่กลับมาวัดจริง ๆ ตามความประสงค์ของท่าน แต่ท่านกลับมาเพียงร่างกายเท่านั้น ส่วนวิญญาณของท่านไปสู่สุคติโลกสวรรค์แล้วโดยความสงบสุข ปล่อยให้ลูกศิษย์ทั้งหลายต้องเศร้าโศรกเสียใจอย่างใหญ่หลวง ถึงแม้เป็นกฎธรรมชาติก็จริงอยู่ แต่ใครเล่าจะอดใจได้ ในเมื่อสิ่งที่รัก-สิ่งที่เคารพ-บูชาสุงสุด ได้จากไปอย่างที่ไม่ทันจะคาดคิดอย่างนี้�หลวงปู่จากไปเมื่อตอนเช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2526 เวลา 04.45 น. ท่ามกลางความอาลัยของศิษยานุศิษย์ และผู้ที่เคารพทั่วไป

    เพจเรื่องเล่าชาวสยาม

    ขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสงบครับ

    พระสมเด็จแก้วสุทธิรุ่นแรกพิมพ์เล็ก ปี ๒๕๑๕

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260119_220058.jpg IMG_20260119_220121.jpg IMG_20260119_220140.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...